xs
xsm
sm
md
lg

ปฏิรูประบบราชการ "ล้มเหลว-ไม่เป็นระบบ" ทบทวนภารกิจก่อนสั่งยุบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ฝ่ายค้านเบรกแผนปฏิรูประบบราชการ ซัดล้มเหลวไม่เป็นระบบ ชี้ต้องทบทวนภารกิจทั้งประเทศก่อน ไม่ใช่เริ่มจากการลดคนหรือสั่งยุบ

การปฏิรูประบบราชการกลับมาเป็นวาระสำคัญอีกครั้ง ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่ต้องการลดขนาดกำลังคนภาครัฐ ควบคุมรายจ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐ หลังมีการผลักดันมาตรการเปิดทางให้ข้าราชการสมัครใจเกษียณอายุก่อนกำหนด ควบคู่กับแนวคิดยุบหรือควบรวมหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถามถึงลำดับขั้นตอนและความเป็นระบบ โดยฝ่ายค้านมองว่าการปฏิรูปไม่ควรเริ่มจากการลดคนหรือประกาศยุบหน่วยงานเป็นรายแห่ง แต่ต้องเริ่มจากการทบทวนบทบาทและภารกิจของระบบราชการทั้งประเทศ เพื่อให้การปรับโครงสร้างเป็นไปอย่างมีทิศทางและตอบโจทย์การบริหารประเทศในระยะยาว

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่และอาจยุบหน่วยงานที่มีความซ้ำซ้อน โดยระบุว่า ไม่ควรทยอยพูดถึงการยุบหน่วยงานเป็นรายแห่ง แต่ควรเปิดเผยภาพรวมและวิธีคิดในการปฏิรูประบบราชการทั้งหมด

น.ส.ศิริกัญญาเห็นว่า สิ่งที่ควรดำเนินการเป็นอันดับแรกคือการทบทวนภารกิจของทุกกระทรวงและทุกกรม ว่ายังตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบันหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่ามีภารกิจใหม่ที่จำเป็นต้องตั้งหน่วยงานรองรับหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจว่าหน่วยงานใดควรยุบหรือควบรวม

“เป็นไปได้อย่างไรว่าเราคุยกันเรื่องเออร์ลี่รีไทร์ ก่อนที่เราจะยุบหน่วยงานนั้นที่มันซ้ำซ้อนบ้าง ดิฉันมองว่าต้องกลับไปที่จุดตั้งต้นว่าหน่วยงานราชการทั้งหมดทั้งประเทศควรต้องทบทวนภารกิจครั้งใหญ่ได้แล้วว่ารูปแบบของกระทรวงต่างๆ ที่มีกรมต่างๆ อยู่ใต้สังกัด ยังมีภารกิจจำเป็นแบบเดิมหรือไม่ หรือต้องมีภารกิจใหม่ต้องการหน่วยงานรองรับ หรือทบทวนภารกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อจะได้รู้ว่าสุดท้ายตัวที่ซ้ำซ้อนที่ต้องโดนยุบ ควบรวมมีอะไรบ้าง ไม่ใช่เพราะนึกอะไรออกแล้วค่อยบอกทีละหน่วยงาน แบบนี้ดิฉันคิดว่าไม่เป็นระบบ” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

น.ส.ศิริกัญญา ย้ำว่า คิดว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว ทำไม่ได้ถูกลำดับขั้นตอน มีข่าวคราวมีปัญหาขึ้นมาคิดจะมาแก้แล้วรีบร้อนในการออกตัวมาตรการ โดยท้ายที่สุดไม่ได้ผล คิดว่า 4,000-5,000 คน ไม่น่าจะได้แน่ๆ แต่ในความเป็นจริงอาจต้องการให้ไซซ์กำลังคนภาครัฐเล็กลงกว่านี้อีก นายปกรณ์พูดว่าจาก 3 ล้าน จะเหลือ 2 ล้านคน จะเอาจากที่ไหน เมื่อโครงการเออร์ลี่รีไทร์ของท่านไม่ได้น่าดึงดูดเลย

ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า อยู่ในระหว่่างการพิจารณาว่าจะยุบธนาคารที่ดินเป็นหน่วยงานแรก และสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และความสามัคคีปรองดอง(ป.ย.ป.) หรือไม่ ซึ่งนอกจาก ป.ย.ป.และ ธนาคารที่ดิน ก็ยังมีองค์การมหาชนอีก3-4แห่ง ที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี และยังไม่มีการยุบหน่วยงานสักที ส่วนรายชื่อขององค์การมหาชนนั้น ขอให้ไปสอบถามกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยยืนยันจะทำให้ดีที่สุด ไม่ให้การกระทบ และต้องดูแลข้าราชการที่ทำงานในองค์การมหาชน ซึ่งมี 2-3 ทางเลือก เช่นการย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ และกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลานานอยู่