สุน จันทอล รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันจันทร์(27ก.ค.) โวยวายสหรัฐฯใช้ประเด็นแรงงานบังคับเป็นอาวุธ เป็นข้ออ้างด้านกฎระเบียบ เพื่อกำหนดมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่กับกัมพูชา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งคุยโวว่าพนมเปญได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุดในบรรดาชาติที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างไทยและเวียดนาม
เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว วอชิงตันถลงว่าจะเรียกเก็บภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 กับสินค้านำเข้าจาก 60 ประเทศ ในระดับ 10% ถึง 12.5% โดยอ้างว่าประเทศเหล่านั้นล้มเหลวในการห้ามและบังคับใช้มาตรการห้ามสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกัมพูชา อยู่ในกลุ่มที่ถูกรีดภาษี 10%
สุน จันทอล ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลดังกล่าว ยืนกรานว่ากัมพูชาไม่มีทั้งแรงงานบังคับ หรือมีการจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำของกระบวนการผลิต ที่มีการใช้แรงงานบังคับภายในห่วงโซ่อุปทานของประเทศแต่อย่างใด "สหรัฐฯ พบกระบวนการต่างๆ ซึ่งหากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เป็นข้ออ้างในการจัดเก็บภาษีศุลกากร" เขากล่าวระหว่างแถลงข่าว
รายงานของขแมร์ไทม์ส ระบุว่าพวกเจ้าหน้าที่กัมพูชาโต้แย้งว่ามาตรการดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการจัดเก็บรายได้ทางการคลังเป็นหลัก ไม่ได้มีเป้าหมายแทรกแซงทางมนุษยธรรมจริงๆ แม้ว่า กัมพูชา ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าบรรดาคู่แข่งในภูมิภาค
ความเห็นล่าสุดของ สุน จันทอล ถือเป็นการกลับลำโดยสิ้นเชิงจากก่อนหน้านี้ ที่ออกมาแสดงความยินดีต่อการที่ถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้า 10% เกี่ยวกับสินค้าใช้แรงงานบังคับ โดยคุยโวว่ากัมพูชาถูกรีดภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุดในบรรดาชาติที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกับคู่แข่งขันในระดับภูมิภาคอย่าง เวียดนาม และ ไทย ที่ถูกรีดภาษี 12.5%
"เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับอัตราที่เราได้รับเกี่ยวกับมาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับ อัตราอยู่ระหว่าง 10% ถึง 12.5% แต่กัมพูชาได้รับ 10%" สุน จันทอล กล่าวในตอนนั้น ตามรายงานของบลูมเบิร์ก
(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส/mgronline/ซินหัว)

