ประจวบคีรีขันธ์ - เกิดเหตุระทึกกลางเมืองหัวหิน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายผู้คนแบบไม่เลือกหน้า หลังมีปากเสียงกับชายต่างชาติอีกรายในร้านกัญชา เขตเทศบาลนครหัวหิน ก่อนบุกทำร้ายพนักงานร้าน ชาวบ้าน และยายพิการที่นั่งรถเข็นขายดอกไม้ได้รับบาดเจ็บ
จากกรณีเกิดเหตุระทึกกลางเมืองหัวหินโดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพศชายรูปร่างสูงใหญ่ เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายผู้คนแบบไม่เลือกหน้า หลังมีปากเสียงกับชายต่างชาติอีกรายในร้านกัญชา บริเวณปากซอยกาญจโนมัย เขตเทศบาลนครหัวหิน ก่อนบุกทำร้ายพนักงานร้าน ชาวบ้าน และยายพิการที่นั่งรถเข็นขายดอกไม้ได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายชาวบ้านและพนักงานร้านอาหารช่วยกันเข้าล็อกตัว ก่อนตำรวจเข้าควบคุมตัวดำเนินคดีเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีคลิปวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
ล่าสุดวันนี้ ( 27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้เห็นเหตุการณ์ต่างวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรายนี้ โดยเฉพาะการทำร้ายหญิงชราพิการซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
น.ส.สุจิตรา นำทอง อายุ 20 ปี ช่างทำเล็บ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะกำลังทำเล็บให้ลูกค้า ได้ยินเสียงทะเลาะจากร้านกัญชา ก่อนเห็นชายต่างชาติใช้มือตบชายอีกคนอย่างแรง แล้วเดินออกมาตะโกนโวยวาย เมื่อมีชายขี่รถจักรยานยนต์มารับแฟน ผู้ก่อเหตุก็เข้าไปตบอีก ก่อนเดินไปทำลายข้าวของและทำร้าย “ยายเล็ก” หญิงพิการที่นั่งรถเข็นขายดอกไม้ ด้วยการต่อยที่ใบหน้าและกระชากศีรษะจนล้มลงกับพื้น
จากนั้นผู้ก่อเหตุยังเดินอาละวาดต่อไปยังร้านอาหารใกล้เคียง จนพนักงานร้านและชาวบ้านประมาณ 5 คน ต้องช่วยกันเข้าล็อกตัวไว้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีรูปร่างใหญ่ ก่อนตำรวจจะเข้าควบคุมตัวไปดำเนินคดี
ด้าน “น้องแอม” อายุ 32 ปี พนักงานร้านกัญชา หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะลงมาดูเหตุทะเลาะภายในร้าน กลับถูกชายต่างชาติตบหน้าโดยไม่มีการพูดคุย ก่อนจะมีวัยรุ่นที่ขี่จักรยานผ่านมาเข้าช่วยห้าม แต่ก็ถูกทำร้ายไปด้วย จากนั้นผู้ก่อเหตุจึงเดินไปทำร้ายหญิงพิการ
น้องแอม ระบุว่า ชายต่างชาติรายนี้เคยมาใช้บริการที่ร้านก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน แต่ไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้ โดยคาดว่าปัญหาเริ่มจากการมีปากเสียงกับลูกค้าชาวต่างชาติอีกรายในร้าน ก่อนจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้และก่อเหตุทำร้ายผู้คนรวมประมาณ 5 ราย พร้อมยืนยันว่าจะเข้ารับการตรวจร่างกายและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ขณะที่ นางพลอย อายุ 48 ปี เจ้าของร้านนวดใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อคืนเป็นการช่วยเหลือกันของชาวบ้านในพื้นที่ล้วน ๆ หลายคนที่เข้าระงับเหตุถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บเช่นกัน กว่าตำรวจจะมาถึงและใส่กุญแจมือควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้
นางพลอยกล่าวว่า ไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นคนชาติใด เมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็ควรเคารพกฎหมายและไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ว่าเหตุลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก.

