เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระชนมายุครบรอบ 74 ชันษา ปวงชนชาวไทยล้วนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างล้นพ้น จากพระราชปณิธาน และความตั้งใจอันแน่วแน่ ในการทรงงานเพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทรงมีพระราชกรณียกิจที่โดดเด่นในทุกๆ ด้าน
เมื่อครั้งที่ทรงเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฝึกเครื่องบินรบแบบ บ.ข.18 (เอฟ-5) ทรงสนพระทัยในกิจการกองทัพมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สำเร็จการศึกษาด้านการทหารจากออสเตรเลีย และเข้ารับการฝึกหลักสูตรอื่นๆ แล้ว ทรงเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทั้งยังทรงเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่อันตราย
ทรงดำรงตำแหน่งทางทหาร ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับกองพัน, ผู้บังคับกองพัน, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ คู่มือทหารที่หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ผลิตขึ้น อ้างว่า "ทรงดำรงพระองค์เป็นแบบอย่าง และพระราชทานคำสั่งสอนแก่ข้าราชบริพารทุกหมู่เหล่าด้วยพระองค์เอง" และ "มีการเทิดทูนยกย่องพระองค์เป็น บรมครูทางการทหาร"
ทรงห่วงใยราษฎรผู้ด้อยโอกาส เสด็จไปเยี่ยมชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ หลายแห่ง และโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค พระราชทรัพย์สนับสนุนโครงการของชุมชน ทั้งยังทรงรับโรงเรียนมัธยมในท้องถิ่นทุรกันดาร ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข โปรดให้สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร และปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านศาสนามาอย่างต่อเนื่อง
ด้านการเกษตร นอกจากจะทรงประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทุกปีมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ที่ผ่านมายังมีพระบรมราชานุญาตให้นำที่ดินในโครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 30 ฟาร์ม จาก 61 ฟาร์มทั่วประเทศใน 17 จังหวัด สนับสนุนการจ้างงานภายใต้ "โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด-19" โดยได้น้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ในรัชกาลที่ 9 ทำให้ฟาร์มตัวอย่างเป็นแหล่งสร้างอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ สร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน
ทั้งยังพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห หมู่ที่ 4 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตร จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระราชทานนามว่า "เกษตรวิชญา"
ด้านศาสนาทรงดำรงตำแหน่ง "องค์อัครศาสนูปถัมภก" โดยทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญ ได้แก่ การทรงผนวช, การเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร การอุปถัมภ์ศาสนาหลากหลายอย่างเท่าเทียม และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ด้านการต่างประเทศ ทรงเสด็จฯเยือนมิตรประเทศ อย่าง ภูฏาน สวีเดน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ จีน ลาว เวียดนาม ญี่ปุ่น เนปาล ศรีลังกา ออสเตรเลีย อิตาลี อิหร่าน เปรู ฯลฯ เพื่อสานสัมพันธไมตรี และทอดพระเนตรกิจการต่างๆ เพื่อนำประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาประเทศสืบต่อไป
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระราชกรณียกิจในหลายๆ ด้านของพระองค์ ที่ทรงงานอย่างหนักมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เคียงคู่อย่างมุ่งมั่น และร่วมแบ่งเบาพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์สุขของบ้านเมืองและปวงชนชาวไทย

