xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์”เคาะ ธ.ค.นี้ ประมูลรถไฟไทย-จีนเฟส 2 แบ่ง 8 สัญญา 2.37 แสนล้าน ส่วนเฟส 1 เป้าเปิดปี 73 ไฟเขียวดึงทับซ้อน 4-1 สร้างเอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พิพัฒน์” เช็กรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน เร่งก่อสร้างระยะที่ 1 คืบหน้า 55% แก้ปัญหาส่วนทับซ้อนรถไฟสามสนามบิน ให้ รฟท.ทำเอง - แยกงานสะพานข้ามจุดตัดประมูลต่างหาก ส่วนเฟส 2 แบ่งโยธา 8 สัญญา 2.37 แสนล้านประมูล ธ.ค.69
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้า เร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร–หนองคาย ระยะที่ 1 (กรุงเทพ-นครราชสีมา) และการเตรียมความพร้อมระยะที่ 2 (นครราชสีมา-หนองคาย) รวมถึงการเชื่อมโยงระบบรถไฟระหว่างไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เป็นโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 6 แห่ง และมีวงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท โดยงานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ส่งผลให้ภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้าร้อยละ 55.27

ในส่วนของงานที่มีความก้าวหน้าใกล้แล้วเสร็จ ได้แก่ งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ตามสัญญา 3-2 รวมถึงงานช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด ตามสัญญา 3-4 ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว อยู่ระหว่างการเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถลงนามสัญญาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมาในปี 2573 ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแล้ว เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดและเมืองสำคัญตามแนวเส้นทาง

นอกจากการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางแล้ว พื้นที่โดยรอบสถานียังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การบริการ ที่อยู่อาศัย และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การสร้างงาน การเพิ่มรายได้ และการดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่พื้นที่ ซึ่งถือเป็นผลเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง


@รถไฟ“ไทย-จีนเฟส 2” แบ่ง 8 สัญญา ประมูลธ.ค.69

ส่วนโครงการระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 5 แห่ง และมีวงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท มีกรอบค่างานก่อสร้างโยธา 237,454.86 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR และราคากลางสำหรับงานก่อสร้าง และงานควบคุมงาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการด้านการเวนคืนที่ดิน

ตามแผนจะประกาศประกวดราคางานโยธาจำนวน 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2574 ซึ่งเมื่อโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ จะทำให้โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงสามารถเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานครไปถึงจังหวัดหนองคายได้อย่างสมบูรณ์

การเชื่อมต่อดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับการเดินทางระหว่างภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเพิ่มศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภูมิภาค


@รับทราบ รฟท.สร้าง 4-1 ช่วงทับซ้อนไฮสปีดเอง

นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ–ดอนเมือง โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธา รวมถึงได้รับทราบรูปแบบสีและลวดลายของขบวนรถไฟที่จัดทำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะทางวิศวกรรมและพัฒนากระบวนการผลิตในประเทศ

แนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมระบบรางของไทย ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากร และกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มและการจ้างงานในห่วงโซ่อุตสาหกรรมรถไฟภายในประเทศ


@แยกงานสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟ แยกประมูล 1 สัญญา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติให้แยกงานก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟในโครงการระยะที่ 1 ออกมาเป็นสัญญาใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ลดข้อจำกัดด้านขั้นตอน และช่วยให้การก่อสร้างสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด

“รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เป็นโครงการสำคัญในการเดินหน้ายกระดับโครงข่ายระบบรางของประเทศ ช่วยกระจายการลงทุนออกจากพื้นที่ส่วนกลาง กระตุ้นการพัฒนาเมืองโดยรอบสถานี และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และบริการในพื้นที่ตามแนวเส้นทางและเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการเดินทางกับพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดนและการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนการเติบโตของประเทศในระยะยาว”