คปท. บุก ป.ป.ช.จี้เร่งสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น-ฟันผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ชี้ประสาน ปปง. สอบเส้นทางการเงิน แนะกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นจากประชาชน
วันนี้ (27 ก.ค.) เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โดย นายพิชิต ไชยมงคล และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกร้องให้เร่งดำเนินการสอบสวนในคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
โดย นายพิชิต ระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เพียงคดีทุจริตการสอบทั่วไป แต่เป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย เนื่องจากผู้ที่ผ่านการสอบเข้าไป จะกลายเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ บริหารงบประมาณ และทำงานใกล้ชิดกับประชาชน หากเริ่มต้นด้วยการทุจริต ย่อมส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อระบบราชการและประโยชน์ของประชาชนอย่างร้ายแรง
คปท. จึงยื่นข้อเรียกร้องต่อ ป.ป.ช. ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. เร่งรัดการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส ประชาชนมีสิทธิได้รับคำตอบว่า การตรวจสอบคดีนี้ได้ดำเนินไปถึงขั้นตอนใด และจะไม่มีการปล่อยให้คดีล่าช้าจนกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคม ซึ่งความยุติธรรมที่ล่าช้า ย่อมส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า ความยุติธรรมไม่ได้เกิดขึ้นจริง
1. ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่เลือกปฏิบัติ หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้บงการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ได้รับผลประโยชน์ ก็ต้องได้รับการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเสมอภาค กฎหมายจะได้รับความเคารพ ก็ต่อเมื่อ กฎหมายใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม
2. ประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อการทุจริตมีลักษณะเป็นขบวนการการตรวจสอบก็ต้องบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะการติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้อง การประสานข้อมูลอย่างรวดเร็ว จะช่วยให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น
“ที่ผ่านมา กรรมการ ป.ป.ช. เองก็มีข้อน่าสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งองค์คณะและกรรมการ ป.ป.ช. บางคน สถานการณ์ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ ป.ป.ช. จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า องค์กรยังสามารถยืนหยัดเคียงข้างหลักนิติธรรม และไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย ศรัทธาของประชาชนไม่อาจเกิดขึ้นจากคำกล่าวอ้าง หากเกิดขึ้นจากผลของการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง กล้าหาญ และเป็นธรรม เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน ตลอดจนปกป้องหลักนิติธรรมของประเทศ”

