xs
xsm
sm
md
lg

ค้านมติสรรหา! 'หมอสรณ' จ่อฟ้องศาล ยันยังนั่งประธาน กสทช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



'หมอสรณ' ยันยังไม่พ้นประธาน กสทช. ตราบใดยังไม่มีพระบรมราชโองการ เตรียมฟ้องศาลปกครองโต้คณะกรรมการสรรหา พร้อมเดินหน้าประชุม 5-6 ส.ค.69 แม้องค์ประชุมเสี่ยงล่มซ้ำ

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยหลังประชุม กสทช. โดยยืนยันว่า ยังมีอำนาจและหน้าที่ปฏิบัติงานตามกฎหมายต่อไป แม้คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จะมีมติว่า มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งตามมาตรา 18 ก็ตาม โดยซึ่งไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว และได้โต้แย้งเรื่องขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหามาโดยตลอด

ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในกรอบเวลา 90 วัน ตามที่คณะกรรมการสรรหาระบุไว้ในมติ ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจึงยังไม่มีข้อยุติถึงที่สุด ทั้งนี้ ประเด็นที่จะนำไปสู่การพิจารณาของศาลไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติ แต่เป็นข้อโต้แย้งว่า คณะกรรมการสรรหามีอำนาจวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแล้วหรือยัง ศ.คลินิก นพ.สรณ ตอบเพียงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการและจำเป็นต้องเร่งจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน พร้อมยอมรับว่าไม่สามารถประเมินได้ว่าศาลจะใช้เวลาพิจารณาหรือมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวภายใน 1-2 สัปดาห์ตามที่กรรมการบางรายตั้งข้อสังเกตหรือไม่ แต่ยืนยันว่าทุกฝ่ายที่ดำเนินคดีย่อมต้องมีความมั่นใจในเหตุผลของตนเอง

นอกจากนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังยืนยันว่า การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ต้องดำเนินการตามมาตรา 20 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งกำหนดว่า หากเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามเหตุที่บัญญัติไว้ในมาตรา 20 (4) และ (5) จะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งจึงต้องมีพระบรมราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

"ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ คำวินิจฉัยไม่ได้หมายความว่าใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ยังมีหน้าที่ต้องทำงานและใช้ดุลพินิจตามที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมา รวมถึงเดินทางเข้าสำนักงานและปฏิบัติงานตามปกติทุกวัน" ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว

สำหรับการประชุม กสทช. ในวันเดียวกัน ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า เดิมมีกรรมการเข้าร่วมทั้งหมด 6 คน แต่ระหว่างที่กำลังอธิบายสถานะทางกฎหมาย มีกรรมการ 3 คนเดินออกจากห้องประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบ เมื่อรอจนครบระยะเวลาตามข้อบังคับแล้ว จึงต้องเลื่อนและปิดการประชุมในที่สุด ทั้งนี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ เห็นว่า การประชุม กสทช. มีความสำคัญและไม่ควรถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะมีเรื่องค้างพิจารณาจำนวนมาก หากไม่สามารถประชุมได้อย่างต่อเนื่อง อาจสร้างความเสียหายต่อการดำเนินงานและประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น กรรมการทุกคนจึงควรร่วมกันรับผิดชอบและใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ

ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้มีวาระที่อยู่ภายใต้กรอบเวลาประมาณกว่า 20 เรื่อง รวมถึงเรื่องกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลและกิจการดาวเทียม ซึ่งล้วนมีความสำคัญและมีระดับความเร่งด่วนแตกต่างกัน ขณะที่ปริมาณงานของ กสทช. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนต้องพยายามเพิ่มจำนวนวันประชุมและขยายระยะเวลาการประชุมในแต่ละครั้งให้ยาวนานขึ้น ส่วนการประชุมครั้งต่อไป ได้กำหนดไว้ในวันที่ 5 และ 6 ส.ค.69 โดยจะยังคงเรียกประชุมตามปกติเดือนละ 2 ครั้ง แม้จะมีความเสี่ยงว่าเหตุการณ์องค์ประชุมไม่ครบอาจเกิดขึ้นซ้ำอีกก็ตาม ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าวว่า ทุกการตัดสินใจล้วนมีความเสี่ยง แต่ระบบกรรมการถูกออกแบบมาเพื่อให้แต่ละคนใช้ดุลพินิจและปฏิบัติหน้าที่ โดยต้องชั่งน้ำหนักว่าการดำเนินการใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติมากที่สุด

เมื่อถูกถามว่าอาจหลีกเลี่ยงไม่เข้าร่วมประชุม เพื่อให้กรรมการคนอื่นสามารถเดินหน้าพิจารณาวาระสำคัญได้หรือไม่ ศ.คลินิก นพ.สรณปฏิเสธแนวทางดังกล่าว โดยยืนยันว่า จำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เข้ามาใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจเรื่องต่างๆขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความเห็นของกรรมการ 3 คนที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ศ.คลินิก นพ.สรณ ตอบว่า ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ยังไม่ได้หารือเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว

ศ.คลินิก นพ.สรณ ยอมรับว่า มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่และอาจส่งผลกระทบต่อองค์กรและหน่วยงานอื่นอีกหลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกฝ่ายจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า กระบวนการที่ดำเนินอยู่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะหากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก อาจทำให้การบริหารงานของหลายองค์กรไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ดี ศ.คลินิก นพ.สรณมองว่า ยังมีกลไกจากหลายฝ่ายที่จะเข้ามาพิจารณาและคลี่คลายปัญหา ทั้งฝ่ายรัฐสภาและรัฐบาล ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนกำลังใจภายหลังเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. นำดอกไม้และพวงมาลัยมาให้การสนับสนุนในช่วงเช้า นพ.สรณกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า กำลังใจยังดี เพราะมิฉะนั้นคงไม่กล้ามานั่งตอบคำถามต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมยอมรับว่า ความกังวลเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่มีผลกระทบในวงกว้างเช่นนี้ นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่กรรมาธิการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวถึงประเด็นด้านทรัพย์สิน ศ.คลินิก นพ.สรณ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม โดยกล่าวเพียงว่าไม่มีเรื่องใดต้องอธิบายในประเด็นดังกล่าว

สรรหา กสทช. ขีดเส้น 1 สัปดาห์ ชี้ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ'
เก้าอี้ ประธาน กสทช. สั่น! 26 มิ.ย.69 ลุ้นคุณสมบัติ 'หมอสรณ' จับตาเกมสู้กลับ
กก.สรรหามติเอกฉันท์! 'หมอสรณ' พ้น ประธาน กสทช.-สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่ง
ซูมชื่อ กก.สรรหา 4:0 เสียง วินิจฉัย 'หมอสรณ' ขาดคุณสมบัติ ประธาน กสทช.
กูรูกฎหมายประสานเสียง 'หมอสรณ' หยุดหน้าที่ จี้นายกฯ ทูลเกล้าฯ เปิดทาง 6 กสทช. เดินต่อได้
'หมอสรณ' ยืนยันลาออกพนักงานรัฐปี 65 ทำหน้าที่แพทย์อิสระ เตรียมสู้ตามกฎหมาย
สหภาพฯ NT เย็นไม่ไหว! ยื่นนายกฯ ขับ 'หมอสรณ' พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช.
ไลน์หลุด! พนักงาน กสทช. นัดส่งกำลังใจ 'หมอสรณ' ก่อนประชุมบอร์ดพรุ่งนี้
สมาคมทีวีดิจิทัลบุกทัก 'กสทช.' เคลียร์สถานะ 'หมอสรณ' ก่อนเคาะโรดแมป