จากกรณีครอบครัวของหญิงไทยวัย 28 ปี ร้องสื่อและหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือ หลังหญิงไทยคนดังกล่าวถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมขณะอยู่ในสนามบิน เนื่องจากตรวจพบยาเสพติด (ยาไอซ์) ซุกซ่อนในซองกาแฟที่รับหิ้วส่งพัสดุข้ามประเทศ ซึ่งคาดว่าถูกแก๊งค้ายาหลอกให้ส่งยาเสพติด เนื่องจากหญิงไทยดังกล่าวไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อนนั้น
วันนี้ (26 ก.ค.) น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การรับจ้างหิ้วฝากของไปส่งยังต่างประเทศ ทาง ป.ป.ส. พยายามเตือนและประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรับฝาก หรือรับจ้างนำสัมภาระ หรือพัสดุไปต่างประเทศ และไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดก็ตาม ทั้งอาชีพลูกเรือสายการบิน หรือไกด์นำเที่ยว หรือแม้กระทั่งผู้ที่เปิดเพจออนไลน์รับหิ้ว-ฝากของสินค้าข้ามประเทศ ย่อมมีความเสี่ยงทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือบุคคลใกล้ชิด คนรู้จัก หรือผู้ที่เสนอค่าตอบแทนให้แลกกับการนำกระเป๋าหรือสิ่งของไปส่งให้บุคคลอื่นในต่างประเทศ แม้ผู้ฝากจะอ้างว่าเป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก แต่ผู้เดินทางไม่สามารถทราบได้ว่าสิ่งของภายในกระเป๋าหรือพัสดุมีอะไรบ้าง จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ อีกทั้งหากท้ายสุดสิ่งของที่ถูกลักลอบซุกซ่อนในสัมภาระนั้น เป็นของต้องห้าม สินค้าหนีภาษี หรือยาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงในหลายประเทศ หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจพบ ผู้ที่ถือครองกระเป๋าหรือพัสดุจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย และอาจถูกดำเนินคดี แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของภายในเป็นของผิดกฎหมายก็ตาม
สำหรับกรณีดังกล่าวนั้น มีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 1 ทำงานบูรณาการด้านข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประสานงานความร่วมมือในด้านใด หรือข้อมูลในมิติใด พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกประการ
วันนี้ (26 ก.ค.) น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การรับจ้างหิ้วฝากของไปส่งยังต่างประเทศ ทาง ป.ป.ส. พยายามเตือนและประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรับฝาก หรือรับจ้างนำสัมภาระ หรือพัสดุไปต่างประเทศ และไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดก็ตาม ทั้งอาชีพลูกเรือสายการบิน หรือไกด์นำเที่ยว หรือแม้กระทั่งผู้ที่เปิดเพจออนไลน์รับหิ้ว-ฝากของสินค้าข้ามประเทศ ย่อมมีความเสี่ยงทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือบุคคลใกล้ชิด คนรู้จัก หรือผู้ที่เสนอค่าตอบแทนให้แลกกับการนำกระเป๋าหรือสิ่งของไปส่งให้บุคคลอื่นในต่างประเทศ แม้ผู้ฝากจะอ้างว่าเป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก แต่ผู้เดินทางไม่สามารถทราบได้ว่าสิ่งของภายในกระเป๋าหรือพัสดุมีอะไรบ้าง จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ อีกทั้งหากท้ายสุดสิ่งของที่ถูกลักลอบซุกซ่อนในสัมภาระนั้น เป็นของต้องห้าม สินค้าหนีภาษี หรือยาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงในหลายประเทศ หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจพบ ผู้ที่ถือครองกระเป๋าหรือพัสดุจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย และอาจถูกดำเนินคดี แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของภายในเป็นของผิดกฎหมายก็ตาม
สำหรับกรณีดังกล่าวนั้น มีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 1 ทำงานบูรณาการด้านข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการประสานงานความร่วมมือในด้านใด หรือข้อมูลในมิติใด พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกประการ

