xs
xsm
sm
md
lg

รู้จักวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช แหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



มาทำความรู้จักกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในภาคใต้ ที่องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย
.
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นับเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 แหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย และแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้


สำหรับประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้และประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 1719 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมก่อสร้างเจดีย์องค์ใหม่ เป็นเจดีย์ทรงลังกา สูง 55.78 เมตร (กรมศิลปากรบูรณะปลียอดทองคำเมื่อ พ.ศ. 2538) จากฐานบัวคว่ำบัวหงายถึงปลียอด สูง 6.80 เมตร ใช้ทองคำเนื้อสิบหุ้มโดยรอบ ซึ่งวัดแห่งนี้ได้รับบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2555
.
จากข้อมูลด้านศิลปกรรมขององค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช พบว่า มีความเกี่ยวพันกับศิลปะลังกา บ่งบอกถึงความเข้มข้นของกระแสพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกา ซึ่งเข้ามามีบทบาทในบ้านเมืองต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา และนครศรีธรรมราชซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรภาคใต้นับเป็นอาณาบริเวณแรก ๆ ของภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับเอาวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาสายนี้เข้ามา
.
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นสัญลักษณ์สำคัญยิ่งในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม หรือพระพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์จากภูมิภาคเอเชียใต้ โดยเฉพาะจากประเทศศรีลังกามาสู่ดินแดนศรีวิชัย ตามพรลิงค์ และดินแดนคาบสมุทรมลายูซึ่งนับถือพระพุทธศาสนามหายานอยู่แต่เดิม ผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการรับและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาสายนี้ คือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชและพระเจ้าจันทรภาณุผู้ปกครองตามพรลิงค์ ทรงรับและอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทตามแบบลังกา มาเป็นศาสนาประจำรัฐตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 18
.
โดยใช้พระบรมธาตุเจดีย์เป็นหลักในการเสริมส่งและบ่มเพาะวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบดั้งเดิมให้ประดิษฐานอย่างมั่นคงบนคาบสมุทรไทย และยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้หลักปรัชญาของพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบดั้งเดิมได้รับการขยายให้กว้างขวางในดินแดนอื่น เช่น ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ตอนล่าง จนเป็นผลให้ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศได้หันมารับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์อย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้
.
ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารมีวิหารที่มีความสำคัญหลายหลังประดิษฐานอยู่ ได้แก่ พระบรมธาตุเจดีย์ และมีพิธีปฏิบัติอย่างหนึ่งต่อองค์พระบรมธาตุเจดีย์ คือ ในวันมาฆบูชามีการแห่ผ้าขึ้นพระบรมธาตุเจดีย์ เชื่อกันว่าหากใครได้นำผ้าขึ้นพระบรมธาตุเจดีย์ จะขอพรได้เป็นจริงดังหวัง
.
วิหารพระมหาภิเนษกรมน์ (วิหารพระทรงม้า) เป็นวิหารหลัก ใช้สำหรับเป็นทางขึ้นไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อเป็นการสักการบูชาองค์พระมหาธาตุเจดีย์ จัดเป็นประตูขึ้นไปสู่การเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด คือพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า ยังมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญภายในวัดที่ไม่ควรพลาดสักการะและเดินชมความงดงาม เช่น วิหารเขียน วิหารสามจอม วิหารโพธิ์ลังกา วิหารคด เป็นต้น
.
(ที่มา : ทีมโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม 23 ส.ค. 2567)