ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนเครื่องบินกะทันหัน ขณะกำลังเดินทางกลับจากที่ประชุมซัมมิตนาโต ในตุรกี ในเดือนนี้ ตามหลังมีรายงานว่าอิหร่านมีแผนลอบสังหารเขา ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์สเมื่อวันศุกร์(24ก.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้
นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ทรัมป์ บินออกจากกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่า ไม่ใช่เครื่องบินโบอิ้ง 747-8 ที่เพิ่งได้รับบริจาคจากกาตาร์สดๆร้อนๆ เนื่องจากมันไม่มีศักยภาพการป้องกันตนเองแบบเดียวกัน รายงานข่าวระบุการเปลี่ยนเครื่องบินอย่างกะทันหันนี้ มีขึ้นหลังจากพวกเจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือจากกองกำลังตัวแทนทั้งหลายของอิหร่าน ที่มุ่งหมายเอาชีวีตของประธานาธิบดีรายนี้
การเปลี่ยนเครื่องบินดังกล่าว ประจวบเหมาะกับรายงานข่าวที่ว่า อิสราเอล ได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับสหรัฐฯ ชี้ว่าอิหร่านกำลังวางแผนเล็งเป้าเล่นงาน ทรัมป์ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อเมริกาบางส่วน เชื่อว่าอิสราเอลกำลังพยายามยุยง ทรัมป์ ให้ยกระดับโจมตีอิหร่านหนักหน่วงขึ้น ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส
ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯและอิสราเอลสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบรรดาผู้บัญชาการทหารของอิหร่านไปหลายสิบคน ระหว่างปฏับัติการโจมตี ในนั้นวมถึง อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดในครองอำนาจอย่างยาวนานของประเทศ ซึ่งถูกปลิดชีพในการโจมตีแบบเจาะจงเล่นงานที่พักของเขาในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ต่อมา ทรัมป์ อ้างว่าเขาอยู่ในบัญชีเป้าหมายที่จะถูกสังหารของอิหร่าน และเตือนว่าจะยิงขีปนาวุธเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตรเข้าใส่ประเทศแห่งนี้ ถ้าเตหะรานพยายามลอบสังหารเขา
มอจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศในเดือนนี้จะแก้แค้นให้ผู้เป็นพ่อ แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อทรัมป์ตรงๆ อย่างไรก็ตามพวกผู้ประท้วงจำนวนมากในอิหร่าน เรียกร้องให้สังหาร ทรัมป์ ระหว่างร่วมขบวนแห่ศพ คอเมเนอี คนพ่อและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ
หลังจากข้อตกลงหยุดยิงพังครืนลงในเดือนนี้ สหรัฐฯกลับมาโจมตีอิหร่านอีกรอบ อ้างว่าเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศมีความเห็นขัดแย้งกันมาก่อน เกี่ยวกับการตีความบันทึกความเข้าใจที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)

