จากเหตุการณ์แก๊งวัยรุ่นต่างชาติป่วนรถไฟฟ้า ท้าทายคนตักเตือนแถมลั่นประโยคสุมไฟ "ขอโทษที่เอาเงินมาเข้าประเทศ" จนทัวร์ลงสนั่นโซเชียล ล่าสุด "sncsandro" ครีเอเตอร์ชื่อดังชาวอิตาลี ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว เจ้าตัวอัดคลิปยกมือไหว้ขอโทษคนไทยจากใจจริง ซัดพฤติกรรมวัยรุ่นร่วมชาติว่าไร้มารยาทและขาดความเคารพ พร้อมย้ำชัดว่าเมืองไทยอบอุ่นจนเป็นเหมือน "ครอบครัวที่สอง" ของเขา
จากกรณี ที่หญิงชาวไทยรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ปะทะคารมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีบนขบวนรถไฟฟ้า โดยมีสาเหตุมาจากการที่กลุ่มนักท่องเที่ยวส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น เมื่อถูกถ่ายคลิปและตักเตือน กลับถูกอีกฝ่ายตอบโต้ด้วยความไม่พอใจและใช้ถ้อยคำหยาบคาย
นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวยังหลุดวลีเชิงดูถูกว่า "ขอโทษที่เอาเงินมาเข้าประเทศ" และอ้างว่าในกลุ่มมีเยาวชนเพื่อขู่จะเรียกตำรวจ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไปเมื่อถึงสถานีถัดไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมออนไลน์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยส่วนใหญ่มองว่า การอ้างเรื่องนำเงินเข้ามาท่องเที่ยว ไม่สามารถนำมาใช้เป็นความชอบธรรมในการละเมิดกฎระเบียบและมารยาททางสังคมได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.ค. "sncsandro" คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวอิตาลีที่โด่งดังจากการทำคลิปท่องเที่ยวและตลกขบขัน โดยเขามีชื่อเสียงอย่างมากจากการนำเสนอแง่มุมที่แปลกใหม่ ตลก และน่ารักของการใช้ชีวิตประจำวันในประเทศไทย ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอสะท้อนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อแสดงความรับผิดชอบเชิงสัญลักษณ์ในฐานะเพื่อนร่วมชาติ โดยเขาระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึก "เศร้าใจเป็นอย่างมาก"
เขาได้ประเมินพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นในคลิปว่า อาจจะยังอายุน้อยและขาดวุฒิภาวะ พร้อมทั้งตำหนิการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการแสดงออกถึง "การขาดความเคารพอย่างแท้จริง" ต่อกฎระเบียบและวัฒนธรรมของประเทศเจ้าบ้าน
นอกจากนี้ เขายังได้เผยความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อประเทศไทยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยและคนไทยให้การต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นเสมอมา จนเขารู้สึกว่าที่นี่เปรียบเสมือน "ครอบครัวที่สอง" ของเขา
ในช่วงท้ายของวิดีโอ ชายชาวอิตาลีท่านนี้ได้แสดงความจริงใจด้วยการยกมือไหว้ตามธรรมเนียมไทย พร้อมกล่าวคำขอโทษจากใจจริงต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ตัวเขาจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนดังกล่าวเลยก็ตาม
ซึ่งการออกมาแสดงจุดยืนในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับในเชิงบวก และช่วยบรรเทาความรู้สึกขุ่นเคืองใจของชาวเน็ตไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งเป็นบทเรียนสำคัญถึงการตระหนักรู้ในการเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรมเมื่อเดินทางไปเยือนต่างประเทศ

