ศูนย์ข่าวนครราชสีมา– ไล่ล่าระทึก รถบรรทุกพ่วงฝ่าด่านตรวจ หนีทะลุ 3 อำเภอ โคราช เฉี่ยวชนกระบะประชาชนพังยับ 2 คัน จนท.ใช้เวลาติดตามนานเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนยอมจอดที่หน้า สภ.เสิงสาง ตรวจพบยาบ้าอยู่ในตัวแค่ 1 เม็ด ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่น
วันนี้ (23 กรกฎาคม 2569) เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. เกิดเหตุรถบรรทุกพ่วง ฝ่าด่านตรวจของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 ท้องที่ ประกอบด้วย ด่านตรวจของ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา และ จุดตรวจของ สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งนำกำลังติดตามอย่างกระชั้นชิด และเมื่อรถคันดังกล่าววิ่งไปถึงสี่แยก อ.เสิงสาง ได้เฉี่ยวชนเข้ากับรถกระบะ 2 คัน ได้รับความเสียหาย โดยหนึ่งในรถกระบะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟส่องสว่างเกาะกลางถนนเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีรถกระบะถูกเฉี่ยวชนระหว่างทางอีก 1 คัน ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาติดตามนานเกือบ 2 ชั่วโมง จนคนขับยอมขับรถมาจอดที่หน้า สภ. เสิงสาง เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
โดยหลังจากผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว ทางตำรวจได้ตรวจค้นรถคันก่อเหตุ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในตัวของคนขับ จำนวน 1 เม็ด ทราบชื่อคนขับรถบรรทุกพ่วงคันก่อเหตุ คือ นายแสงสว่างวงค์ ภูขีด อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/1 ม.7 ต.เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวน
เบื้องต้น คนขับยอมรับสารภาพ ว่า กำลังขับรถจาก อ.เสิงสาง จะไปทำงานที่ อ.สีคิ้ว แต่ระหว่างทางไปเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ. โชคชัย เรียกให้จอดรถก่อนเข้าด่านตรวจบริเวณแยกดอนไพล ต.กระโทก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา แต่เนื่องจากเสพยาบ้ามา จึงเกิดความกลัวบวกกับความตกใจ จึงตัดสินใจขับรถวกกลับมาทาง อ.ครบุรี ซึ่งในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัย นำกำลังติดตามอย่างกระชั้นชิด ระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ครบุรี กำลังตั้งจุดตรวจสกัดกั้นยาเสพติด จึงได้ขับรถบรรทุพ่วงฝ่าด่านตรวจหลบหนี ไปจนถึงบริเวณสี่แยก อ.เสิงสาง และด้วยความแรงของรถ ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงไปเฉี่ยวชนกับรถของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งระหว่างขับหนีนั้น ได้โทรศัพท์คุยกับภรรยา และภรรยาบอกให้ยอมมอบตัว จึงตัดสินใจขับรถเข้าไปจอดที่บริเวณสถานีตำรวจ สภ. เสิงสาง ในที่สุด ยอมรับว่า ได้ตัดสินใจผิดพลาด เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเนื่องจากกลัวความผิด จึงอยากขอโทษผู้ที่เดือดร้อนทุกคนด้วยใจจริง ให้สัญญาว่า จากนี้จะไม่กลับไปเสพยาเสพติดอีกแน่นอน”
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

