xs
xsm
sm
md
lg

เลือกตั้งซ่อมอุดรฯ วัดพลัง “สีน้ำเงิน” วัดใจ พท.!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - ทักษิณ  ชินวัตร
เมืองไทย 360 องศา

การเสียชีวิตของ นายหรั่ง ธุระพล ส.ส.อุดรธานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นตามมา ขณะเดียวกันทำให้เป็นน่าจับตาว่า นอกเหนือจากพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งเพื่อรักษาเก้าอี้เอาไว้ต่อไปแล้ว ยังต้องจับตาดูว่าพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย จะมีการส่งผู้สมัครลงแข่งขันหรือไม่ จะส่งผลทางการเมือง โดยเฉพาะกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ อีกทั้งจังหวัดอุดรธานี ถือว่าเป็นฐานเสียงสำคัญที่ทั้งสองพรรคต่างต้องการยึดเป็นฐานที่มั่นเอาไว้ให้ได้


เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 แทนนายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ที่เสียชีวิต จะต้องมีการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า เรามีความสัมพันธ์ที่ดีในพรรคร่วมรัฐบาล ตนย้ำอยู่เสมอว่าวันนี้เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นรัฐบาลของประเทศไทย

ถามว่า พรรคเพื่อไทยจะหลีกทางให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เนื่องจากมารยาททางการเมือง มักจะหลีกทางให้เจ้าของพื้นที่เดิม นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่สามารถไปพูดแทนใครได้ ผู้ที่เสียชีวิตคือ นายหรั่ง เป็น สส.อุดรธานี ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องเตรียมผู้สมัครที่มีความสามารถ มีความพร้อมที่จะรับใช้ประชาชนในพื้นที่ และต้องหาคนที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ดี ตามธรรมเนียมแล้วเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมักจะหลีกทางให้กัน นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ก็เคยมีคนแหกธรรมเนียม จะไปตอบแทนได้อย่างไร อย่าไปสนใจ เราเอาคนที่ดีที่สุดส่งให้ประชาชนตัดสิน ตรงนี้ไม่มีปัญหา สมมติชนะก็เท่าทุน แพ้ก็หายไปคนเดียว อย่าไปคิดอะไรมาก

เมื่อถามถึงความกังวลในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ มีความกังวัลกับพรรคกล้าธรรม หรือไม่ เนื่องจากในการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาเติบโตมากขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาต่อสู้กันในสนามเลือกตั้ง ความกังวลคือทำดีกับประชาชนหรือยัง ด้านหลังตนเป็น สส.แข็งๆ ทั้งนั้น ต้องถามว่าเคยไหมสักครั้งเดียวในชีวิตที่คิดว่าชนะแน่ ไม่ต้องห่วง สบาย นอนมา นอนอยู่บ้านก็ชนะ คิดแบบนั้นไม่มี ทุกวันนี้เป็น สส. แล้วยังลงพื้นที่แทบทุกวินาที ประชุมพรรคยังไม่อยากจะมาประชุม เพราะอยากจะลงพื้นที่ ต้องไปขอให้มากัน ไม่มีหรอกคำว่า เป็น สส.ชัวร์ สบาย ไม่ต้องห่วง ชนะแน่ ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน เราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน

ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมจัดเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี แทนตำแหน่งที่ว่าง โดย กกต.เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง สส.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. .... เพื่อให้ครม.พิจารณาไปแล้ว หลังเกิดกรณีตำแหน่ง สส.ว่างลง

เอาเป็นว่าเมื่อฟังจากคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องรับรู้ว่าต้องส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เพื่อรักษาเก้าอี้ รักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้ ส่วนพรรคอื่น โดยเฉพาะเพื่อไทยในตอนนี้ยังไม่มีท่าทีใดๆออกมาจากปากของระดับแกนนำพรรคหรือใครในพรรคออกมาให้เห็น อาจเป็นเพราะยังเร็วเกินไปที่จะมีความชัดเจนหรือแสดงท่าทีออกมาในนามพรรค

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากแบ็กกราวด์ทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีในภาคอีสานถือว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการเมือง และโดยเฉพาะกับพรรคเพื่อไทยในยุคหนึ่งถือว่าเป็น “เมืองหลวงทางการเมือง” เมืองของ “คนเสื้อแดง” ที่เป็นฐานมวลชนและฐานการเมืองของพรรคเพื่อไทยและฐานของ “ครอบครัวชินวัตร” ของ นายทักษิณ ชินวัตร มาก่อน

การเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยยึดครองพื้นที่มาอย่างเบ็ดเสร็จเรียกว่า “ผูกขาด” ส.ส.มาอย่างต่อเนื่อง มาในช่วงไม่กี่หลังนี่เองพรรคเพื่อไทยไม่สามารถกวาด ส.ส.มาได้ทั้งหมด แต่ก็ยังถือว่าได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเป็นกอบเป็นกำ และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่านมาผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี เขต 3 คือ นายสมัคร บุบุญปกได้รับการเลือกตั้งมาอันดับ 2 ได้ 27,342 คะแนน พ่ายแพ้ให้กับ นายหรั่ง ธุระพล จากพรรคภูมิใจไทย ที่ย้ายจากพรรคไทยสร้างไทย ที่ได้ 33,013 คะแนน และอันดับสามเป็นของผู้สมัครพรรคประชาชนที่ได้กว่า 12,000 คะแนน

หากโฟกัสกันเฉพาะสองอันดับแรกจากพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย ถือว่าคะแนนไม่ได้ทิ้งห่างกันแบบไกลลิบ รวมไปถึงฐานเสียงเดิมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี สำหรับพรรคเพื่อไทยก็ยังเชื่อว่าต้องการที่จะ “ทวงกลับมา” ให้ได้

ขณะเดียวกันเมื่อย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ระบุว่ายังไม่ทราบท่าทีว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครหรือไม่ หรือไม่ทราบเรื่อง “มารยาททางการเมือง” ที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งกับพรรคที่เคยมีที่นั่ง ส.ส.โดยระบุว่าที่ผ่านมาก็มีการ “แหกกฏ” กันมาแล้ว นั่นก็แสดงให้เห็นว่ายังมีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะส่งคนลงสมัครท้าชิงในการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้

นอกเหนือจากนี้เมื่อพิจารณาจากคะแนนโหวตแล้วยังต้องจับตาพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนที่มาเป็นอันดับ 3 แม้ว่าเมื่อเทียบกับผู้ได้รับการเลือกตั้งแล้วยังถือว่าทิ้งกันห่าง แต่ระดับกว่า หมื่นสองพันคะแนน ก็ต้องจับตามองเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็มีฐานเสียงตายตัวอยู่แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่น เช่น การสร้างกระแสใหม่ ตัวผู้สมัครที่ต้องเฟ้นหาคนที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ดีแม้ว่าวันเลือกตั้งซ่อม อุดรธานี เขต 3 ยังไม่กำหนดออกมา แต่นาทีนี้ถือว่าน่าสนใจตรงที่ว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้คืนมาจากพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หรือว่า จะ “หมอบ” ตั้งแต่แรก ขณะที่พรรคภูมิใจไทยคราวนี้ก็ต้องรักษาแชมป์ให้ได้เพื่อพิสูจน์ศรัทธา แต่ถ้าแพ้คราวนี้ถือว่าเสียหายไม่น้อยทีเดียว !!