xs
xsm
sm
md
lg

เปิดรายงาน สทนช. แจง 30 หน่วยงานรัฐ ในรัฐบาลชุดก่อน ใช้จ่ายงบดำเนินการ ผุด "เมกะโปรเจกน้ำ" แล้ว มากกว่า 9.4 หมื่นล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดรายงาน สทนช. แจง 30 หน่วยงานรัฐ ในรัฐบาลชุดก่อน ใช้จ่ายงบดำเนินการ ผุด"เมกะโปรเจกน้ำ" เฉพาะปี 67 มากกว่า 9.4 หมื่นล้าน ตามแม่บทฯ 20 ปี ไม่รวมงบผูกพันเดิมและโครงการที่ยกเลิก พบ โครงการ "จัดการน้ำท่วม" ได้งบดำเนินการมากสุด 3.57 หมื่นล้านบาท หรือ ร้อยละ 37.58 เผย "โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ส.ป.ก." ทำได้แค่ 0.17 ล้าน ลบ.ม. หรือ ร้อยละ 1 ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนผลการประเมิน 8 ประปาท้องถิ่นขนาดใหญ่ พบ คนพึงพอใจใช้น้ำประปาที่ผลิตโดยเทศบาล มากกว่าของ กปภ.

วันนี้ (22 ก.ค.2569) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 21 ก.ค. รับทราบ ผลการดําเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566 - 2580) ประจําปี 2567

มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยงาน ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดําเนินโครงการด้านทรัพยากรน้ำ ที่มีความสอดคล้องตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566 - 2580) ทั้ง 5 ด้าน วงเงินทั้งสิ้น 94,112.3110 ล้านบาท (ไม่รวมรายการผูกพันเดิมและโครงการที่ยกเลิก)

"โดยแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ด้านที่ 3 "การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย" ได้รับงบประมาณมากที่สุด วงเงิน 35,741.2556 ล้านบาท (ร้อยละ 37.58)"

รองลงมาคือ ด้านที่ 2 การสร้างความมั่นคงของภาคการผลิต วงเงิน 30,367.1395 ล้านบาท (ร้อยละ 32.27) ด้านที่ 1 การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค วงเงิน 24,567.0143 ล้านบาท (ร้อยละ 26.30)

และด้านที่ 4 การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรน้ำ วงเงินทั้งสิ้น 2,288.2492 ล้านบาท (ร้อยละ 2.43) ตามลําดับ โดยด้านที่ 5 การบริหารจัดการ ได้รับการจัดสรรงบประมาณไปดําเนินการน้อยที่สุด วงเงิน 1,148.6524 ล้านบาท (ร้อยละ 1.22)

โดยมีผลการดําเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากร ปี พ.ศ. 2567 เปรียบเทียบกับเป้าหมายปี พ.ศ. 2567 พบว่า

แผนงานการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี โครงการที่สามารถจัดสรรน้ำได้ตามปริมาณน้ำต้นทุน เป็นโครงการขนาดใหญ่ จํานวน 5 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 100

แผนงานลดการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม มีปริมาณน้ำที่ลดได้ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 300

แผนงานพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรปริมาณน้ำ 52.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 143 พื้นที่รับประโยชน์ 99,925 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 108

แผนงานการกําจัดวัชพืชและขยะมูลฝอยในแม่น้ำสายหลัก แม่น้ำสาขา และแหล่งน้ำปิด จํานวน 8.84 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 136

แผนงานปรับปรุงเขื่อนเพื่อเพิ่มการระบายน้ำ รองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ มีโครงการที่ดําเนินการแล้ว 3 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 900

แผนงานการจัดสรรน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ มีจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำชลประทานที่ได้มาตรฐาน คิดเป็น ร้อยละ 99.81 ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่กําหนดไว้ที่ร้อยละ 95

นอกจากนี้ ตามการบริหารจัดการ พบว่า มีองค์กรผู้ใช้น้ำ ที่ได้รับการจดทะเบียนทั้งสิ้น 3,713 ราย มีการติดตามผลการดําเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและจัดทํารายงาน SD56.4 ตามรอบการประเมินของ United Nations (UN)

อย่างไรก็ตาม แผนงานฯ ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย/ผลการดําเนินงาน ค่อนข้างต่ำ ประกอบด้วย แผนงานการขยายเขต/เพิ่มเขตจ่ายน้ำ มีผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้น 13,773 ราย คิดเป็นร้อยละ 6

แผนงานพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ปริมาณน้ำ 0.17 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 1 จากพื้นที่รับประโยชน์ 3,547 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 เป็นต้น

"สาเหตุที่ส่งผลให้การดําเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากหลายแผนงานหน่วยงานไม่ได้รับการพิจารณาและจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปี หรือได้รับงบประมาณไม่เพียงพอจึงไม่สามารถดําเนินการตามเป้าหมายที่กําหนดได้"

ขณะที่ การดําเนินโครงการก่อสร้างขาดการเตรียมความพร้อมของโครงการ ทําให้มีการยกเลิกในภายหลัง

รวมทั้งโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดําเนินงานมากกว่า 6 ปี จะยังไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ของโครงการภายในระยะเวลาของแผนที่กําหนดไว้ เนื่องจากในการนับผลสัมฤทธิ์โครงการจะพิจารณาเฉพาะ โครงการที่ดําเนินการแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ยังรับทราบผลการประเมิน "ศักยภาพประปาท้องถิ่นขนาดใหญ่" 10 ด้าน จํานวน 8 แห่ง (เทศบาลนคร (ทน.) สมุทรสาคร ทน.ทุ่มกระเบน ทม.หัวหิน ทม.ชะอำ ทน.นครราชสีมา ทม.บัวใหญ่ ทน.พิษณุโลก และ ทน.ภูเก็ต

พบว่า อัตราค่าน้ำประปา ทั้ง 8 แห่ง ต่ำกว่าราคาน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค ดังนั้นจึงควรพิจารณาความต้องการและข้อจำกัดในพื้นที่ เช่น การเพิ่มศักยภาพและการสนับสนุนจากภาครัฐในอนาคต

นอกจากนี้ พบว่า ส่วนใหญ่มีประเด็นเรื่อง ระบบจ่ายน้ำและสภาพท่อ ซึ่งเป็นท่อเก่าอายุใช้งานมากกว่า 20 ปี ทําให้ท่อแตกรั่ว เกิดน้ำสูญเสียปริมาณมาก

อีกทั้งในหลายพื้นที่ยังเป็น "ท่อซีเมนต์ใยหิน" มีความเสี่ยงในระยะยาวที่สารประกอบของซีเมนต์จะปนเปื้อนส่งผล ต่อคุณภาพน้ำประปาในอนาคต

อีกประเด็นสําคัญ คือ การบริหารจัดการรายได้ ซึ่งส่วนใหญ่รายจ่ายมากกว่ารายได้ ทําให้ต้องใช้งบประมาณของเทศบาลอุดหนุน หรือมีรายจ่ายกับรายได้ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นผลมาจากน้ำสูญเสียในระบบจําหน่ายมีอัตราที่สูง

"อีกทั้งในทางปฏิบัติการขึ้นราคาค่าน้ำประปาเป็นไปได้ยาก หากเลือกได้ประชาชนพึงพอใจ ที่จะใช้งานน้ำประปาที่ผลิตโดยเทศบาล มากกว่าของ กปภ."