xs
xsm
sm
md
lg

น่าสะพรึง! ยาเสพติดทะลักสามเหลี่ยมทองคำข้ามโขงปีเดียว 400 ล้านเม็ด ไทยเร่งหารือลาวร่วมปราบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงราย/สามเหลี่ยมทองคำ - รมว.ยุติธรรม พร้อมเลขาธิการ ป.ป.ส. ยกคณะข้ามโขงหารือลาว-ตามส่องปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติด หลังสถิติบ่งชี้ชัดยานรกทะลักข้ามน้ำผ่านสามเหลี่ยมทองคำเข้าไทยตลอดแนวพรมแดนไทย-ลาว จากเหนือ-อีสาน เฉพาะยาบ้าปีเดียวกว่า 400 ล้านเม็ด



วันนี้ (22 ก.ค.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-สปป. ลาว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ซึ่ง ป.ป.ส.ระบุถึงสถิติการปราบปรามยาเสพติดในปี 2568 ทางการไทยมีการจับกุมและยึดของกลางในพื้นที่ติดกับชายแดน สปป.ลาว จำนวน 370 คดี ของกลางเป็นยาบ้ามากที่สุดถึง 415 ล้านเม็ด ซึ่งสูงกว่าชายแดน ไทย - เมียนมา สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

วันเดียวกัน รมว.ยุติธรรม นั่งเรือจากจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปยังท่าเรือบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามลำน้ำโขง การสกัดกั้นยาเสพติดของแขวงบ่อแก้ว และจุดตรวจยาเสพติดบ้านน้ำเกิ่ง ซึ่งเป็นจุดตรวจสำคัญในเมืองต้นผึ้งที่เชื่อมเจ้าสู่ชั้นในของ สปป.ลาว

โอกาสนี้ ฝ่ายไทยได้ร่วมหารือกับ พ.อ.จันทอน เฮืองคำไซ หัวหน้าสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และพลจัตวา จันพอนเพ็ด คำสี หัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบ แขวงบ่อแก้ว เพื่อร่วมมือกันสกัดกั้นยาเสพติดในฐานะที่ต่างเป็นประเทศที่ไม่ใช่แหล่งผลิตแต่เป็นทางผ่านของการลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศที่สามเหมือนกัน
.


ทั้งนี้จุดตรวจยาเสพติดบ้านน้ำเกิ่ง เมืองต้นผึ้ง ถือเป็นหนึ่งในจุดตรวจที่ฝ่ายไทยให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ภายใต้ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างสองประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา สปป.ลาว ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากถึง 66,776,373 บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของด่านตรวจยาเสพติดใน 5 แขวงของ สปป.ลาว (7 ด่านตรวจยาเสพติด) ได้แก่ แขวงบ่อแก้ว (ด่านน้ำเกิ่ง ด่านน้ำทุง และด่านปากทา) แขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซ แขวงบอลิคำไซ และแขวงเวียงจันทน์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ตั้งแต่พื้นที่ต้นทาง ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยและประเทศอื่นในภูมิภาค

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดนโยบายและสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


รายงานข่าวจากศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย ระบุว่าตั้งแต่เดือน ม.ค. -มิ.ย.2569 ในพื้นที่แขวงบ่อแก้ว จับกุมและตรวจยึดยาบ้าได้ 16 ล้านเม็ด คีตามีน 800 กิโลกรัม ในพื้นที่แขวงเวียงจันทน์ มีการจับกุมและตรวจยึดยาบ้า 35 ล้านเม็ด ไอซ์ 500 กิโลกรัม ในพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ มีการจับกุมและตรวจยึดยาบ้า 39 ล้านเม็ด ไอซ์ 1,407 กิโลกรัม คีตามีน จำนวน 200 กิโลกรัม และในพื้นที่แขวงบอลิคำไซ มีการจับกุมและตรวจยึดยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ไอซ์ 2,642 กิโลกรัม เฮโรอีน 9.3 กิโลกรัม