xs
xsm
sm
md
lg

เปิดกรุ 2 บิ๊ก ปชป. "อภิสิทธิ์" หวนคืนการเมืองรวย 130.9 ล้าน "ดร.อ้อ" อู้ฟู่ 233 ล้าน พร้อมคริปโต-ทองคำ-เครื่องเพชร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน 2 บิ๊ก ปชป. "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" คัมแบ็กการเมืองรวย 130.9 ล้าน เพิ่มขึ้นจากตอนพ้นตำแหน่งนายกฯ ปี 54 กว่า 76 ล้านบาท ด้าน "ดร.อ้อ การดี" 233 ล้าน พร้อมคริปโต ทองคำ เครื่องเพชร

วันนี้(22ก.ค.)สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเข้าดำรงตำแหน่ง สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่15มี.ค.69 โดยนายอภิสิทธิ์ และนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 130,916,823 บาทไม่มีหนี้สิน โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของนายอภิสิทธิ์ 76,638,695 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 7 บัญชี 14,810,525 บาท ที่ดิน 2 แปลงย่านคลองตันกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับโอนจากบิดาและพี่สาวรวมมูลค่า 40.92 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นห้อง 2 หลังใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบ้านพักอาศัยในเขตวัฒนา กรุงเทพฯ รวมมูลค่า 18,633,170 บาท ยานพาหนะ 1.8 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 475,000 บาท และแจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 1,399,746 บาทโดยเป็นจากเงินเดือน 1,362,720 บาท และดอกเบี้ย 37,026 บาท มีค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลต่อปีรวม 600,000 บาท

ส่วนนางพิมพ์เพ็ญ มีทรัพย์สินรวม 54,278,127 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 13 บัญชี 13,374,062 บาท เงินลงทุนในกองทุนเปิด 4,868,565 บาท ที่ดิน 3 แปลงในเขตยานนาวากรุงเทพฯ ที่ได้รับโอนจากมารดา รวมมูลค่า 27,475,000 บาท และมีทรัพย์สินอื่น 8,560,500 บาท และแจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 1,162,815 บาทจากเงินเดือน 1,129,380 บาท และดอกเบี้ย 33,435 บาท มีค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลต่อปี 400,000 บาท

ทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่ อาทิ นาฬิกา patek philippe 1 เรือน มูลค่า 200,000 บาท สร้อยคอทองคำ 1 เส้น 75,000 บาท นาฬิกา IWC มูลค่า 17,000 บาทสร้อยมุก 11 เส้น รวมมูลค่า 2,144,000บาท สร้อยมุก+เพชร 4 เส้น รวมมูลค่า 580,000 บาท กำไลข้อมือทองคำขาว 1 วงมูลค่า 270,000 บาท ต่างหูเพชร+มุก 4 คู่รวมมูลค่า 500,000 บาท แหวนเพชร 1 วงมูลค่า 500,000 บาท เข็มกลัดเพชร 2 อันมูลค่า 200,000 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เพิ่งหวนกลับสู่การเมืองในการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ 69 หลังจากได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.เมื่อปี 62 โดยนายอภิสิทธิ์แจ้งข้อมูลการทำงานย้อนหลัง 5 ปีว่าปี 2561-2568 ดำรงตำแหน่งกรรมการ รองประธานกรรมการ และที่ปรึกษา บริษัทสหพัฒนพิบูลย์ จำกัด

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ครั้งสุดท้ายของนายอภิสิทธิ์ก่อนหน้านี้พบว่ายื่นในปี 54 คราวพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ 10 ส.ค.54 โดยตนเองและคู่สมรสมีทรัพย์สินรวม 54,355,885 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการยื่นทรัพย์สินในครั้งนี้นายอภิสิทธิ์และคู่สมรส มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 76,560,938 บาท


ด้านนางการดี เลียวไพโรจน์ หรือ ดร.อ้อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งกรณีเข้าดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ระบุตนเองและนายชวภาส องค์มหัทมงคล ซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สินรวม 233,808,707 บาท มีหนี้สินรวม 8,062,974 โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของนางการดี 136,074,890 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 6,509,515บาท เงินลงทุน 26,107,127 เงินให้กู้ยืม 4,314,506 บาท โดยเป็นการให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กู้เมื่อ 16 ม.ค.68 ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน 2 ล้านบาท บริษัทดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อ 25 ธ.ค.67 ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน 1 ล้านบาท บริษัทโนเวล คอร์ปอเรชั่นจำกัด ยอดหนี้คงเหลือ 924,455 บาท บริษัทแมคโนลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยอดหนี้คงเหลือ 390,051 บาท

นอกจากนี้ยังแจ้งมีที่ดิน 4 แปลง ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และอ.ครบุรี จ.พังงาได้มาจากการซื้อและการให้รวมมูลค่า 67,724,583 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นห้องชุด 1 หลังในเขตสาทร กรุงเทพฯ มูลค่า 16 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 2,493,912 บาท ทรัพย์สินอื่น 12,925,245 บาท และมีหนี้สินรวม 3,614,591 บาทโดยเป็นเงินเบิกเงินบัญชี 310,755 บาท เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3,303,836 บาท

และแจ้งเลยรายได้ต่อปีจากเงินเดือน/ค่าตอบแทนบรรยาย/เบี้ยประชุม/โบนัส/ปันผลหุ้นรวม 1,996,000 บาท และมีรายจ่ายต่อปี 1.98 ล้านบาท

ส่วนนายชวภาส ซึ่งเป็นกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอกชนหลายแห่ง แจ้งมีทรัพย์สินรวม 97,139,154 บาทแบ่งเป็นเงินฝาก 562,194 บาท เงินลงทุน 35,524,880 ที่ดิน 3 แปลง ในเขตกรุงเทพฯและสมุทรปราการ รวมมูลค่า 37.5 ล้านบาทโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 16 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 7,544,254 บาท ทรัพย์สินอื่น 7,825 บาท และมีหนี้สินรวม 4,448,382 บาท โดยเป็นเงินเบิกเงินบัญชี 1,144,546 บาท เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น3,303,836 บาท

และแจ้งมีรายได้ต่อปีจากเงินเดือน/ค่าตอบแทนบรรยาย/เบี้ยประชุม/โบนัส/ 19,075,000 บาท รายจ่ายต่อปีรวม 6,497,300 บาท

ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สินรวม 594,662 บาทโดยเป็นเงินฝาก 501,181 บาท สิทธิและสัมปทาน 93,480 บาท

สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่ อาทิ คริปโตเคอเรนซี่รวมมูลค่า 644,132 บาท อัญมณีเครื่องประดับ 32 หน่วย มูลค่า 6.56 ล้านบาท ทองคำหนัก 10 บาท มูลค่า 4,638,000 บาท กระเป๋า 6 หน่วย 288,000บาท เงินสดธนบัตรที่ระลึก พระเครื่อง/วัตถุมงคล ประเมินค่าไม่ได้ ทองคำ GOLDNOW 157.2076 กรัม มูลค่า 795,113 บาท เงินเบิกเกินบัญชีบัตรเครดิต Card X ULTRAPLATINUM 7,825 บาท

สำหรับนางการดี เคยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์อุตสาหการ และภาควิชาพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนมาเป็นผู้บริหารองค์กรหลายแห่ง อาทิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนาคตศึกษา Futuretales Lab และ MQDC Group กรรมการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA กรรมการ บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชัน จำกัด บริษัท วี บีฟอร์ มี คอร์ปอเรชัน จำกัด บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ โดยในการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.69 ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและเป็นแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคประชาธิปัตย์