เปิดโปงโศกนาฏกรรม 34 ศพโรงเบียร์ลาดพร้าว ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่คือผลพวงจากส่วยหมื่นล้านและกฎหมายโบราณ ชี้พิรุธรัฐเร่งปิดคดีตัดตอนคนมีสี หวั่นสาวถึงต้นตอขบวนการกังฉิน
ผ่านพ้นค่ำคืนมรณะมาแล้วสิบวันเต็ม จากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้กลางดึกคืนวันที่ 12 กรกฎาคม วันนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมจากเหตุการณ์ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ขยับพุ่งสูงถึง 34 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บนอนทรมานอยู่ในห้องไอซียูอีก 13 ชีวิต
สิ่งที่กองพิสูจน์หลักฐานค้นพบหลังกองเพลิงดับลง ไม่ใช่แค่ระบบสายไฟเสื่อมสภาพบนเพดานสูง แต่พบกับดักมนุษย์ ที่ทำจากวัสดุโฟมซับเสียงติดไฟง่ายราคาถูก และ ประตูด้านหลังที่ลงกลอนล็อกตายจากภายนอก บีบให้ผู้คนนับร้อยต้องเหยียบกันอยู่หน้าประตูหลัก ที่มีสิ่งของกีดขวาง
ความฟอนเฟะของเรื่องนี้ อยู่ที่ที่กลไกควบคุมของ กระทรวงมหาดไทยและฝ่ายปกครอง เจ้าของร้านยื่นขอใบอนุญาตเป็นเพียงร้านอาหาร เพื่อหลบเลี่ยงผังเมืองและข้อจำกัดเรื่องโซนนิ่งสถานบันเทิง
นี่คือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 กฎหมายล้าสมัยอายุ 60 กว่าปีที่มหาดไทยถือครองอยู่ แต่อ้างว่าไม่มีกำลังพลเพียงพอในการตรวจสอบ ร้านอาหารกึ่งผับนับพันแห่งในกรุงเทพฯ จึงสามารถเปิดดนตรีสด จัดแสงสีเสียงเต็มรูปแบบ และปล่อยคนเต้นเหมือนผับบาร์ โดยสลัดความรับผิดชอบเรื่องมาตรฐานทางหนีไฟและภาษีสถานบริการ 5 เปอร์เซ็นต์ทิ้งไปต่อหน้าต่อตาข้าราชการฝ่ายปกครอง
แต่สิ่งที่เป็นข้อสังเกตและชวนตั้งคำถามที่สุดในเวลานี้คือทำไมทั้งนายกรัฐมนตรี ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย ถึงรีบสรุปคดีนี้เร็วนัก
จริงอยู่ที่สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ของเพลิงไหม้มันตรวจเจอได้ไว แต่การที่ผู้มีอำนาจรีบออกมาชี้หน้าโยนบาปทั้งหมดไปที่ เจ้าของร้าน เพียงคนเดียว ท่ามกลางกระแสสั่งย้าย 5 เสือ สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่โยธาเขตเข้ากรุชั่วคราวแบบทันควัน มันคือแท็กติกทางการเมืองเพื่อ รีบสรุป รีบตัดตอน เบี่ยงเบนความสนใจของสังคมหรือไม่
เพราะนี่คือพิธีกรรมฟอกขาว อันเป็นอมตะของระบบราชการไทย รีบสร้างผู้ร้ายเดี่ยว รีบย้ายขัดตาทัพ เพื่อสกัดไม่ให้สื่อมวลชนสืบลึกไปถึง เส้นทางการเงิน ของขบวนการตรวจทิพย์เซ็นผ่านบนโต๊ะ แลกกับเงินใต้โต๊ะหรือค่าเคลียร์รายเดือนตั้งแต่หลักหมื่นยันหลักแสนบาทต่อร้าน ซึ่งเมื่อคูณกับสถานบันเทิงกึ่งผับนับหมื่นแห่งทั่วประเทศ นั่นคือเม็ดเงินมืดนอกระบบที่สะพัดเข้ากระเป๋าข้าราชการกังฉิน สูงถึงปีละกว่าหมื่นล้านบาท
ในต่างประเทศเขาอุดช่องว่างนี้ด้วยระบบใบอนุญาตตามพฤติกรรมจริงหรือ Activity-Based Licensing ถ้ามีการเต้น มีดีเจ คือสถานบริการที่ต้องตรวจความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันทีผ่านระบบดิจิทัลกลางเพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของข้าราชการ
ตราบใดที่โครงสร้าง ส่วยน้ำหมึก มูลค่าหมื่นล้านยังเป็นสิ่งหอมหวานของข้าราชการไทยบางกลุ่ม และตราบใดที่ยังทำได้แค่วัวหายล้อมคอกเป็นพัก ๆ
โศกนาฏกรรมที่ลาดพร้าวจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตราบใดที่ระบบยังฟอนเฟะ ระเบิดเวลาลูกถัดไปก็แค่นับถอยหลังรอทำลายชีวิตลูกหลานเราในร้านถัดไปเพียงแค่นั้นเอง

