ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตรียมเปิดตัวมาตรการรีดภาษีรอบใหม่เล่นงานหลายสิบประเทศทั่วโลก อย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สในวันอังคาร(21ก.ค.) ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นก่อนหน้ามาตรการรีดภาษีโลกชั่วคราว 10% ของรัฐบาลอเมริกา จะหมดอายุลงในวันศุกร์(24ก.ค.)
ไฟแนนเชียลไทม์ส คาดหมายว่ามาตรการรีดภาษีใหม่ที่จะจัดเก็บระลอกแรกนั้น โดยทั่วไปจะมีอัตราสอดคล้องกับอัตราภาษีศุลกากรระดับเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน 10% อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลสหรัฐฯกำลังหาทางเจรจาการค้าแยกต่างหาก ที่อาจมอบพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับกำหนดเพดานภาษีที่สูงขึ้นอย่างมากกับคู่หูการค้าบางราย
เพดานภาษีชั่วคราวดังกล่าวถูกนำมาใช้ หลังจากศาลสูงสหรัฐฯตีตกมาตรการรีดภาษีอย่างกว้างๆของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนหน้านั้น ที่กำหนดภายใต้อำนาจฉุกเฉินของประธานาธิบดี ทั้งนี้ในความเคลื่อนไหวตอบโต้คำพิพากษา ทางรัฐบาลหันไปใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้า 1974 ซึ่งเปิดทางให้ประธานาธิบดีกำหนดเพดานภาษีชั่วคราวเป็นเวลาสูงสุด 150 วัน
ด้วยอำนาจดังกล่าวมีกำหนดหมดอายุลงในสัปดาห์นี้และดูเหมือนว่าสภาคองเกรสจะไม่ขยายมาตรการดังกล่าว เวลานี้จึงคาดหมายว่าทำเนียบขาวจะเปลี่ยนไปใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้า 1974 ที่ให้อำนาจรีดภาษีตอบโต้ในสิ่งที่สหรัฐฯมองว่าเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมโดยต่างชาติ หรือการละเมิดข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ
คาดว่าหนึ่งในมาตรการแรกๆภายใต้มาตรา 301 จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(USTR) เสนอรีดภาษี 10% กับสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ 14 ชาติและสหภาพยุโรป ส่วนประเทศอื่นๆ 45 ชาติ ในนั้นรวมถึงจีน อาจถูกรีดภาษี 12.5% ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส พร้อมระบุการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งอาจปูทางไปสู่การดำเนินการเมื่ออัตราภาษีปัจจุบันหมดอายุ
รายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุต่อว่านอกจากนี้แล้ว รัฐบาลกำลังตรวจสอบเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคการผลิตทั่วโลก ความเคลื่อนไหวที่อาจมอบพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับรีดภาษีเพิ่มเติมกับหลายประเทศ ที่ถูกกล่าวหาว่าอุดหนุนอุตสาหกรรมอย่างเลยเถิดและคงระดับการผลิตสูงเกินจริง ซึ่งเป็นการบิดเบือนตลาดโลก
ความเคลื่อนไหวล่าสุด มีขึ้นหลังจากรัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการกำหนดเพดานภาษี 25% กับสินค้านำเข้าจากบราซิลหลายรายการ ภายใต้มาตรา 301 หลังเสร็จสิ้นการสืบสวนยาวนาน 1 ปี เกี่ยวกับการปฏิบัติการค้าที่ไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตามมีสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการได้รับการยกเว้น ในนั้นรวมถึงกาแฟและเนื้อวัว
การตัดสินใจดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญด่านแรกของรัฐบาล ในยุทธศาสตร์รีดภาษีหลังคำพิพากษาของศาล และมันอาจถูกใช้เป็นต้นแบบสำหรับการดำเนินการทางการค้าในอนาคตกับคู่ค้ารายอื่นของสหรัฐฯ ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทม์ส
(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส/เอ็นดีทีวี)

