xs
xsm
sm
md
lg

ฤดูย้ายล้างบางข้าราชการ สะเทือน ก.เกษตรฯ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
เมืองไทย 360 องศา

ตลอดทั้งเดือนนี้ ต่อเนื่องไปถึงเดือนถัดไปอาจจะเรียกได้ว่า สำหรับคนเป็นข้าราชการ โดยเฉพาะพวกที่นั่งตำแหน่งระดับสูง ในกลุ่มผู้บริหาร ทั้งอธิบดี หรือเทียบเท่า ไปจนถึงปลัดกระทรวง อาจต้องลุ้นกันหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะไม่รู้ว่าหวยจะออกมาแบบไหน เพราะจะต้องมีคนสมหวังและผิดหวัง เลวร้ายอาจถูกเด้งเข้ากรุเพื่อรอวันเกษียณ


อย่างที่เข้าใจกันดีว่า นี่คือฤดูโยกย้ายข้าราชการประจำปี แม้ว่าหลายคนจะทำใจได้ แต่อย่างไรก็ดีมีบางหน่วยงานหรือบางกระทรวงที่กำลังถูกจับจ้องว่ามันกำลังเกิด “สิ่งผิดปกติ” มีฝ่ายการเมืองเข้าไปล้วงลูก มีการบีบบังคับให้สนองงาน หรือแม้แต่ถูกมองว่ากำลังถูกบีบให้ “สนองปัจจัย” ที่ให้สัญญาณว่าต้อง “25เปอร์เซ็นต์”

แน่นอนว่า สายตาหลายคนกำลังจับจ้องมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคที่มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกรณี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ยื่นใบลาออกจากราชการ หลังจากถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ เป็นการตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณ 2 เดือน ในใบลาออกดังกล่าวเขาให้เหตุผลว่า เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ

ล่าสุดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถูกจับตามองอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้มีการ “ปูด” หรือจะเรียกว่า “ดักคอ” หรืออะไรก็แล้วแต่ จาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความ ว่า ได้ยินข่าวมาว่า !!! จะมีการย้ายผู้บริหารระดับสูงหลายๆกรมเพราะไม่สนองนโยบาย “การเงิน”มากกว่า “การงาน” ผมได้ฟังแล้วหดหู่ใจกับคนที่ตั้งใจทำงานครับ หวังว่าสิ่งที่ได้ยินจะเป็นแค่ข่าวลือ สงสารพี่น้องเกษตรกรครับ ไหนจะเรื่องการส่งออกกุ้ง ปลากระพง ก็ยังไม่จบ ประเด็นไก่จากจีนจะทะลักเข้าบ้านเราและอีกหลายๆ เรื่องครับ

อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า วันที่ 21 ก.ค.69 คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้ง นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารระดับสูง) กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 57 (1) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และกฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ. 2567 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) กำกับการบริหารราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

สำหรับ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปัจจุบันอายุ 53 ปี และนายรพีภัทร์ ยังเหลืออายุราชการอีก 7 ปี

ก่อนหน้านี้มีรายงานความเคลื่อนไหวภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ได้มีการเสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่กำลังจะว่างลงจากการเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 จำนวน 7 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย

“สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ คือ ฝ่ายการเมืองพยายามกดดันข้าราชการระดับสูง ให้จัดหา “เงินทอน 25%” จากโครงการต่างๆ ที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ในช่วงเดือนกันยายนนี้ หากผู้บริหารคนใดไม่ยอมดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว อาจต้องเผชิญการโยกย้ายระลอกใหม่ โดยการพิจารณาไม่ได้ยึดหลักความรู้ความสามารถ ผลงาน ความทุ่มเท หรือ ระบบอาวุโส ทำให้ข้าราชการระดับสูงหลายคนอยู่ในภาวะวิตกกังวลอย่างหนัก เพราะเกรงว่าหากไม่ยอมทำตาม ก็อาจจะมีปัญหา ทั้งที่ทำงานด้วยความสุจริตมาตลอด” รายงานอ้าง แหล่งข่าวในกระทรวงระบุ

ขณะที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ กรณี ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า สส. พะเยา และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงเกษตรฯ ว่าการโยกย้ายเป็นเพราะไม่สนองนโยบายการเงิน มากกว่าการงาน ว่า ทุกความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำมาประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะความเห็นของร.อ. ธรรมนัส หรือฝ่ายอื่นๆ ยืนยันว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง เป็นไปด้วยความโปร่งใส และผู้มีอำนาจในการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรี เป็นเรื่องของปลัดกระทรวง โดยในวันที่ 30 กันยายน จะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุราชการ 7 คน จึงจำเป็นที่จะต้องแต่งตั้งบุคคลขึ้นมาทดแทน

“ผมทราบข้อมูลจากทางปลัดกระทรวง ว่าการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายปลัดกระทรวง ได้ดูข้อมูลครบถ้วนทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความตั้งใจทำงาน ความทุ่มเท และเรื่องอาวุโส โดยได้มีการปรึกษาหารือในระดับผู้บริหาร ไม่ใช่การพิจารณาของปลัดกระทรวงคนเดียว เมื่อปลัดกระทรวงเสนอมาว่าพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงให้ความเห็นชอบ จึงได้เสนอต่อไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป” เขากล่าวพร้อมย้ำว่ายินดีให้มีการตรวจสอบ

นายสุริยะ ยืนยันว่า การโยกย้ายในกระทรวงเกษตรฯไม่ใช่เป็นการย้ายล้างบาง “ขั้วเก่า” เพราะข้าราชการบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีทั้งหมด 31 คน หากจะล้างบาง ต้องล้างทั้ง 31 ตำแหน่ง ดังนั้น จึงไม่ใช่ เรื่องนี้อยู่ที่ความรู้ความสามารถ และอยากให้ลองพิจารณา ว่าตนได้เข้ามาการเมืองมานาน หลายรัฐบาลไม่เคยมีปัญหาถือว่าเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ พิสูจน์ได้

แน่นอนว่า การโยกย้ายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งนี้ และจะเกิดขึ้นในอีกหลายตำแหน่งที่กำลังมีการเกษียณอายุพร้อมกัน โดยเฉพาะในระดับอธิบดีถึง 7 ตำแหน่ง แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่มีการ “ย้ายล้างขั้ว” ไม่มีผลประโยชน์ เป็นเรื่องของความรู้ความสามารถล้วนๆ ก็ตาม แต่ขณะเดียวกันหากพิจารณาอีกด้านหนึ่งสำหรับ “แบ็กกราวด์”ของ นายสุริยะ ล้วนถูกมองด้วยพฤติกรรมที่น่าสงสัยมาตลอด และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันน่าจะต้องมีการเปิดโปงตามมาแน่นอน รอจับตาให้ดีแล้วกัน !!