xs
xsm
sm
md
lg

วิเชียร“ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุดคดีซานติก้าเทียบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



”วิเชียร“ อดีตนายกฯสภาทนายความ ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุดคดีซานติก้าเทียบเหตุ เพลิงไหม้โรงเบียร์ กทม.ส่อต้องร่วมรับผิดด้วย

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จนถึงขณะนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 30 คน การที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรมที่สลดสยองครั้งแรกของประเทศไทย แต่เคยเกิดมีขึ้นมาแล้วจากกรณีเพลิงไหม้พับดังย่านสุขุมวิท และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดมาตรการป้องกันและการกำกับดูแลการขออนุญาตดัดแปลงต่อเติมอาคาร ด้านมาตรฐานความปลอดภัย หรือการประกอบกิจการของสถานบริการเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปล่อยปละละเลยไม่เอาจริงเอาจังก็อาจพบภัยพิบัติจากความประมาทเลินเล่อและเห็นแก่ได้ของมนุษย์บางคนที่ไม่เคารพต่อกฎหมายด้วยการบริหารจัดการสถานบริการหรือสถานบันเทิงไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะครั้งยิ่งใหญ่อีกในอนาคต

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ประเทศไทยเคยเผชิญเหตุเพลิงไหม้ ผับดังย่านสุขุมวิท ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 67 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 ราย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรณีผับดังย่านสุขุมวิทถือเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สำคัญของประเทศไทย อีกคดีหนึ่ง ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 8565–8566/2558 โดยได้ลงโทษจำคุกจำเลยหลายคนซึ่งหนึ่งจำเลยเป็นผู้บริหารผับดังแห่งนั้นด้วยโทษจำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษ เนื่องจากกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายรวมกว่า 5.12 ล้านบาท

ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากคดีอาญาที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและบุคคล ผู้เกี่ยวข้องในการที่ร่วมกันกระทำความผิดไปแล้ว ในประเด็นเรื่องความรับผิดหน่วยงานของรัฐนั้น ปรากฎว่าได้มีผู้เสียหายจำนวน 13 ราย ทำการยื่นฟ้องกรุงเทพมหานครต่อศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาที่ อ.222/2558 วินิจฉัยว่า อาคารดังกล่าวไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟ ไม่มีระบบตรวจจับความร้อนและควัน ไม่มีระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ไม่มีไฟฟ้าฉุกเฉิน ใช้วัสดุติดไฟง่าย และมีการดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นละเลยการตรวจสอบ ทั้งที่อาคารอยู่ห่างจากสำนักงานเขตวัฒนาเพียงไม่มาก จึงถือว่าความเสียหายของผู้ฟ้องคดีเป็นผลโดยตรงจากการละเลยต่อหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ศาลจึงพิพากษาให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายรวม 5,794,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด

ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้ให้ความเห็นทางกฎหมาย สำหรับความรับผิดของกรุงเทพมหานคร ในกรณีโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ว่าหากผู้บริหารหรือเจ้าของสถานบริการ ได้ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต การประกอบกิจการสถานบริการไม่เป็นไปตามที่ได้มีการอนุญาต หรือไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาตในการกำหนดมาตรฐานสำหรับสถานบริการ หากปรากฏว่ากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบได้ปล่อยปละละเลย ก็หนีไม่พ้นที่ผู้เสียหายสามารถจะยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้กรุงเทพมหานครในฐานะหน่วยงานของรัฐรับผิดทางละเมิดซึ่งเป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.222/2558

ในส่วนเกี่ยวกับคดีอาญาเมื่อพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาล ผู้เสียหาย ได้แก่คู่สมรส บิดามารดา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ของผู้ที่เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ มีสิทธิในการที่จะขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการโดยต้องยื่นคำร้องต่อศาลนั้นก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 30 และนอกจากนี้ผู้เสียหายสามารถที่จะทำการยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยการยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ซึ่งผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องก่อนที่จะมีการเริ่มต้นสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1