xs
xsm
sm
md
lg

‘ประชาชน’ เตรียมเปิดศึกซักฟอก ปมทุจริตรายล้อม ‘อนุทิน’ เรียกร้องรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พรรคประชาชนเตรียมเปิดศึกซักฟอก เล็งเป้านายกอนุทิน ชี้สารพัดปมทุจริตรายล้อม ท้าพิสูจน์ความจริงใจรัฐบาลในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างให้เป็นรูปธรรม

ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันยังเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตาทางการเมือง โดยฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเมื่อหลายกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบถูกเชื่อมโยงไปถึงหน่วยงานรัฐ บุคคลในแวดวงอำนาจ และกลไกองค์กรอิสระ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สังคมไทยยังมีความหวังในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตของคอร์รัปชั่น สิ่งสำคัญคือต้องลงมือแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ระบุในนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องแถลงต่อรัฐสภา ว่ารัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

"วิธีพิสูจน์ว่ารัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้ คือผลลัพธ์จากการจัดเสวนา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตล้วนวนเวียนอยู่ในกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ผมเชื่อว่าตอนนี้สังคมกำลังจับตาว่าสุดท้ายการลงโทษ การตรวจสอบ จะสามารถโยงไปถึงคนที่อยู่วงในรัฐบาลหรือไม่" นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งกรณีที่เป็นการพิสูจน์ว่ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน คือกรณีฮั้วสว. โดยตามไทม์ไลน์ช่วงต้นเดือนกันยายน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องมีมติออกมาอย่างชัดเจน แต่ในตอนนี้กระบวนการเลือกองค์กรอิสระ และเสียงส่วนใหญ่ในกกต.ชุดปัจจุบัน ถูกเลือกมาจากสว.ที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วสว.เป็นคนตรวจสอบ เรียกได้ว่าเป็นการผลัดกันเกาหลัง นอกจากนี้ บทพิสูจน์อย่างหนึ่งที่สังคมกำลังจับตาว่ารัฐบาลเอาจริงแค่ไหนกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น กล่าวคือ หากกกต.มีมติเป่าคดีฮั้วสว. แม้รัฐบาลจะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ แต่คนที่กำลังถูกตั้งคำถามคือสว. ที่เป็นคนเลือกกกต.และสว.หลายคนมีประวัติเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ต้องรอท่าทีจากรัฐบาล

สำหรับความชัดเจนต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยหลักการพร้อมดำเนินการอย่างเข้มข้น แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องตัดสินใจบนบริบทของการเมือง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่ามีผลสะเทือนทางการเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะหลายคดีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยสีน้ำเงินด้วย ทุจริตการสอบท้องถิ่น การพยายามยัดไส้ใน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท การทุจริตงานทะเบียนแจ้งเกิดเท็จ สุดท้ายแล้วเรื่องต่างๆ วนเวียนรอบตัวคนที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย