พิจิตร - "กิติพล" รองผู้ว่าฯพิจิตรลงพื้นที่ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์ชาวบ้านผู้เสียหายถูกสถาบันการเงินชุมชนใช้ “ดอกเบี้ยทิพย์” ล่อใจ ปันผลสูง 5-6% จูงใจชาววชิรบารมียันจังหวัดใกล้เคียง ฝากเงินหวังกินดอกเบี้ย สุดท้ายถอนไม่ได้ เสียหายกว่า 1,400 ราย เสียทั้งต้นทั้งดอก
นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดฯ ศูนย์ดำรงธรรมฯ ลงพื้นที่ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน ณ หอประชุม อบต.หนองหลุม อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ตั้งแต่ 20 ก.ค.เป็นวันแรก จนถึง 24 ก.ค.69 นี้ หลังสถาบันจัดการเงินกองทุนชุมชนบ้านห้วยห้าง อ.วชิรบารมี ไม่สามารถจ่ายเงินคืนให้กับสมาชิกกว่า 1,430 รายได้ เนื่องประธานกองทุนและคณะกรรมการบริหารงาน นำเงินไปใช้นอกระบบและบริหารจัดการลักษณะคลายแชร์ลูกโซ่
สอบถาม นายสมหมาย ตรีอินทอง ตัวแทนชาวบ้าน ระบุว่า สถาบันการเงินแห่งนี้สร้างแรงจูงใจด้วยการเสนอผลตอบแทนปันผลสูงถึง ร้อยละ 5–6 ต่อปี จนข่าวแพร่สะพัดไปทั่วทั้งตำบลและจังหวัดข้างเคียง ชาวบ้านต่างนำเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต รวมถึงเงินเก็บยามเกษียณมาฝากไว้ บางครอบครัวมียอดเงินฝากสูงถึง 5 ล้านบาท
การประชุมประจำปีจะมีการแจ้งยอดเงินต้นรวมถึงดอกเบี้ยในสมุดบัญชีอย่างชัดเจน ทำให้ชาวบ้านเชื่อใจ แต่เมื่อถึงเวลาจะไปขอถอนเงิน กลับพบว่าตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวเลขทิพย์ ทางสถาบันฯ ไม่มีเงินสดจ่ายให้แม้แต่บาทเดียว ส่งผลให้ชาวบ้านหลายรายถึงขั้นหมดตัว
เบื้องต้น มีชาวบ้านแห่ลงชื่อร้องเรียนแล้ว 331 ราย ยอดเงินเสียหายเบื้องต้นประมาณ 55 ล้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเปิดโต๊ะรับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกทั้งหมด 1,430 ราย ไปจนถึงวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 69 ซึ่งคาดว่าผู้เสียหายจะทยอยมาให้ปากคำกล่าวโทษร้องทุกข์จนครบทุกรายเพื่อขอรับการเยียวยา
นายกิติพล รองผู้ว่าฯ พิจิตร ระบุว่า จากการตรวจสอบสถานะทางการเงินของสถาบันการเงินแห่งนี้ในเบื้องต้น น่าตกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะ มีเงินเหลือติดบัญชีอยู่เพียง 60,000 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานพิเศษเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อรวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย-หาทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยมีทั้งชาวบ้านที่ต้องการเงินฝากคืน และกลุ่มที่ต้องการให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัญหาของการบริหารงานกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มออมทรัพย์หมู่บ้านรวมถึงสถาบันจัดการเงินกองทุนชุมชน นั้นพบรูปแบบการทุจริตที่พบบ่อยประมาณ 6 รูปแบบ ได้แก่
1. สร้างลูกหนี้ปลอม ใช้ชื่อสมาชิกหรือปลอมเอกสารกู้เงิน ก่อนเบิกเงินออกจากกองทุนโดยไม่มีผู้กู้ตัวจริง
2. กรรมการอนุมัติเงินกู้ให้ตนเองหรือพวกพ้อง กู้เกินหลักเกณฑ์ ไม่ชำระคืน จนกองทุนเกิดหนี้เสีย
3. ยักยอกเงินสด รับเงินจากสมาชิกแต่ไม่นำเข้าบัญชีกองทุน หรือไม่นำฝากธนาคาร
4. ปลอมบัญชีและเอกสารการเงิน แก้ไขยอดเงิน ปลอมใบเสร็จ หรือรายงานการประชุม เพื่อปกปิดการใช้เงิน
5. ทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง กรณีกองทุนได้รับงบสนับสนุน มีการฮั้วราคา ใช้บริษัทเครือญาติ หรือเบิกจ่ายเกินจริง
6. นำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น นำไปลงทุนส่วนตัว ปล่อยกู้นอกระบบ หรือใช้ในกิจการที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิก ดังกล่าวนั้นเอง

