xs
xsm
sm
md
lg

อดีต จนท.ระดับสูงแนะสหรัฐฯ ยอมรับ อิหร่านเป็นชาติมหาอำนาจ จี้ถอนทหาร-ปิดฐานทัพใน ตอ.กลาง-เลิกสู้เพื่ออิสราเอล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โจ เคนต์ อดีตหัวหน้าหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐฯ เรียกร้องให้วอชิงตันถอนกำลังทหารและละทิ้งฐานทัพในตะวันออกกลาง โดยให้เหตุผลว่า การเผชิญหน้าทางทหารที่ยืดเยื้อมาหลายเดือนสะท้อนให้เห็นถึงสถานะที่แข็งแกร่งขึ้นของอิหร่านในภูมิภาค และการยกระดับความขัดแย้งต่อไปจะยิ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก

เคนต์ ซึ่งเป็นอดีตหน่วยรบพิเศษกรีนเบเรต์ และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ซึ่งเคยปฏิบัติภารกิจรบมาแล้ว 11 ครั้ง ตัดสินใจยื่นใบลาออกในเดือน มี.ค. เพื่อประท้วงที่ ทรัมป์ ออกคำสั่งเปิดสงครามกับอิหร่าน ในจดหมายลาออกของเขา เคนต์ เขียนว่าอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาต่อสหรัฐฯ และความขัดแย้งที่ "ไม่มีวันสิ้นสุด" ซึ่งถูกจุดขึ้นภายใต้แรงกดดันจากอิสราเอลไม่ได้เป็นผลประโยชน์ต่อสหรัฐอเมริกา

"ในสถานการณ์ที่วุ่นวายใดๆ ฝ่ายที่ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยจะเป็นผู้ชนะ" อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้เขียนเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) โดยให้เหตุผลว่า "ไม่มีทางออกทางการทหาร" สำหรับสงคราม และเตือนว่าการสู้รบที่ดำเนินต่อไปเสี่ยงจะทำให้ชาวอเมริกันต้องสูญเสียมากขึ้น และกระพือสถานการณ์ความไม่มั่นคงในภูมิภาค

เคนต์ เน้นย้ำว่า การยุติความขัดแย้งกับเตหะรานและฟื้นฟูการไหลเวียนของน้ำมันอย่างเสรีผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของโลก ควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของวอชิงตัน

เขายังอธิบายถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางว่าเป็น “ภาระและซากอดีต” โดยให้เหตุผลว่า เตหะรานไม่น่าจะยอมประนีประนอมทางการทูตอย่างมีนัยสำคัญ ตราบใดที่กองกำลังอเมริกันยังคงอยู่ในระยะโจมตีได้ เคนต์ เรียกร้องให้ถอน “ทหาร ฐานทัพ และกองกำลังทางเรือของสหรัฐฯ ออกจากพื้นที่” เพื่อตัดเป้าหมายทางทหารของเตหะรานและฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

“การเคลื่อนไหวนี้จะขจัดข้ออ้างหลักของอิหร่านในการขัดขวางการขนส่งทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นเราสามารถเสนอสิ่งจูงใจได้ นั่นคือการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเพื่อแลกกับเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบ”

เขายังกล่าวเสริมว่า การถอนกำลังของสหรัฐฯ ควรถูกมองว่าเป็น “การปรับตัวเชิงกลยุทธ์” มากกว่าการถอยทัพ

“สงครามได้เปลี่ยนแปลงภูมิภาค อิหร่านได้กลายเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค – ยิ่งเรารับรู้ความจริงนี้และปรับท่าทีของเราให้เหมาะสมขึ้นเร็วเท่าไร ตำแหน่งของเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น” เคนต์ กล่าวเสริม

คำพูดของอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสรายนี้มีขึ้น หลังจากทหารสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในจอร์แดน ขณะที่อีก 1 นายเสียชีวิตในอิรักจาก “การระเบิดควบคุม” ของวัตถุระเบิดจากโดรนอิหร่านที่ถูกยิงตก การเสียชีวิตดังกล่าวทำให้จำนวนทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากความขัดแย้งตลอด 5 เดือนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 17 นาย โดยมีทหารบาดเจ็บมากกว่า 430 นาย

นับตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง เคนต์ ได้ออกมาพูดต่อต้านสงครามกับอิหร่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยมองว่าเป็นสงครามล่าสุดในชุดความขัดแย้งที่สหรัฐฯ เอาตัวเข้าไปพัวพันเพื่ออิสราเอล ต่อจากสงครามในอิรักและซีเรีย

ที่มา: RT