xs
xsm
sm
md
lg

เสียงท้วงติงจากคนในรัฐบาล กระตุกสติ 'คลัง' ทบทวนเงื่อนไข คนจนจริงเสี่ยงถูกตัดสิทธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เกณฑ์ใหม่บัตรคนจนทำพิษ คนจนจริงถูกตัดสิทธิ์ระนาว เสียงจากคนในรัฐบาลจี้คลังทบทวนด่วน ชี้หลักเกณฑ์แข็งทื่อไม่สะท้อนชีวิตจริง หวั่นคนจำเป็นที่สุดหลุดจากการดูแลของรัฐ

การคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีประชาชนจำนวนมากพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ แม้ที่ผ่านมาเคยได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ถึงขนาดที่คนในรัฐบาลด้วยกันเองอย่างนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ยังต้องออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์ในการเข้าถึงสิทธิดังกล่าว

ในเรื่องนี้ นายกรวีร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอ่างทองจำนวนมาก หลายคนถามว่า ทำไมเคยได้รับบัตรสวัสดิการมาตลอด วันนี้กลับไม่ได้รับ บางคนถามว่า ทำไมคนจนจริงถึงถูกคัดออก ผมคิดว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยควรมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือคนยากจน คนเปราะบาง ให้ยังพอมีกำลังประคับประคองชีวิตต่อไปได้ เชื่อว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามทำ คือทำให้การช่วยเหลือตรงเป้ามากขึ้น แต่หลักเกณฑ์บางข้อ ยังแข็งเกินไป และควรได้รับการทบทวนแก้ไขเช่น คนที่มีรถอายุหลายสิบปี วันนี้เหลือเพียงซาก ไม่ควรถูกมองว่ามีฐานะเพียงเพราะชื่อยังอยู่ในทะเบียน คนที่เรียน กศน. คือคนที่กำลังต่อสู้เพื่อสร้างโอกาสให้ชีวิต ไม่ใช่เหตุผลที่จะตัดสิทธิ์ หากเขายังเป็นคนยากจนจริง

"อย่าให้ข้อมูลในระบบ มีน้ำหนักมากกว่าความจริงของชีวิต และอย่าให้คนจนจริง ต้องแพ้หลักเกณฑ์ที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง เพราะสวัสดิการที่ดี ไม่ใช่การช่วยคนได้มากที่สุด แต่คือการช่วยคนที่จำเป็นที่สุดไม่ให้หลุดจากการดูแลของรัฐ" นายกรวีร์ ระบุ

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 17-18 ก.ค. 2569 มีผู้ลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่ผ่านการคัดกรองตามเกณฑ์รอบใหม่ ยื่นเรื่องอุทธรณ์ขอให้คลังทบทวนสิทธิใหม่แล้ว 2.76 ล้านคน คิดเป็น 30% ของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองทั้งหมด 9.31 ล้านคน สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง และยังไม่ยื่นอุทธรณ์อีก 6.55 ล้านคน ยังสามารถยื่นเรื่องขอให้ทบทวนสิทธิได้ถึง 31 ก.ค. 2569 ทั้งนี้ พบว่า ผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ขอให้ทบทวนสิทธิใน 2 วันแรก 2.76 ล้านคน ยื่นเรื่องเข้ามาในวันแรกมากถึง 2.34 ล้านคน และ วันที่ 2 อีกจำนวน 4.18 แสนคน