จากกรณีเพจ “ที่นี่ ประเทศนนท์” ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ไรเดอร์ส่งพัสดุถูกรุมทำร้ายร่างกาย ภายหลังเกิดปากเสียงกับลูกค้าภายในหมู่บ้านการเคหะปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์
ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายพิชญะ ไชยยันบูรณ์ อายุ 22 ปี พนักงานส่งพัสดุ ผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค.69 เวลาประมาณ 15.15 น. ว่า ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งพัสดุให้ลูกค้าภายในหมู่บ้านการเคหะปากเกร็ด จำนวน 2 ชิ้น มูลค่ารวม 150 บาท ก่อนถึงบ้านได้โทรศัพท์แจ้งลูกค้า ซึ่งปลายสายเป็นผู้หญิง ตนได้พูดคุยและเข้าใจกันเรียบร้อย โดยลูกค้าแจ้งว่าจะมีคนเดินออกมารับพัสดุแทน
เมื่อตนเดินทางไปถึงบ้าน กลับพบชายคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งคาดว่าเป็นแฟนของหญิงสาวที่รับสาย เดินออกมาพร้อมนำปากกาเมจิกมาให้ พร้อมขอให้เขียนกำกับบนกล่องพัสดุแต่ละชิ้นว่ามีราคาเท่าใด ตนจึงชี้แจงว่าได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดกับแฟนของพี่ไปแล้ว แต่ชายคนดังกล่าวยังยืนยันให้เขียน โดยอ้างว่าเคยมีปัญหาในลักษณะนี้มาก่อน ตนจึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทขนส่งโดยตรงเพราะไม่มีการโกงเงินแน่นอน
นายพิชญะ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นคู่กรณีเริ่มมีท่าทีไม่พอใจ ใช้คำพูดในลักษณะ “มึง-กู” พร้อมโยนพัสดุใส่ตนและพูดว่า “งั้นกูไม่เอาของมึงแล้ว” ซึ่งยอมรับว่าขณะนั้นตนโมโหและได้โต้กลับด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “พี่เป็น_วยอะไรครับ ถ้าพี่ไม่เอาก็พูดดี ๆ เดี๋ยวผมตีกลับให้” ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะเกรงว่าจะมีการปะทะกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากออกจากบ้านคู่กรณี ตนได้ไปส่งพัสดุให้ลูกค้ารายถัดไปซึ่งยังอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่ตนกำลังยืนส่งของให้ลูกค้าซึ่งสวมเสื้อสีฟ้า ปรากฏว่าคู่กรณีสวมเสื้อสีขาว ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาจอดด้านหลัง ก่อนเดินตรงเข้ามาพูดว่า “มึงพูดอะไร” จากนั้นได้ชกต่อยตนทันที พร้อมกับมีเพื่อนอีกคนเข้ามารุมทำร้าย แม้ตนจะล้มลงนอนกับพื้นแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่หยุดทำร้าย
ภายหลังเกิดเหตุ ตนได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณขา คอ และท้ายทอย มีรอยแดงหลายแห่ง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ ตนได้รับข้อมูลจากไรเดอร์รายอื่นว่า เคยมีผู้ส่งพัสดุบางรายถูกชายคู่กรณีคนเดียวกันก่อเหตุในลักษณะคล้ายกันมาแล้ว ขณะที่หลังเกิดเหตุ คู่กรณีทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงยังไม่มีการติดต่อเข้ามาขอโทษหรือสอบถามอาการแต่อย่างใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

