xs
xsm
sm
md
lg

ไม่จบแค่ 5,924 ราย ล่าต้นตอทุจริตโกงสอบท้องถิ่น เปิดช่องให้สารภาพเผื่อกันเป็นพยาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บช.ก.ลุยล้างบางขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ไม่จบแค่ผู้สอบ 5,924 ราย เตรียมขยายผลล่าตัวการใหญ่ถึงเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมเปิดช่องให้ผู้กระทำผิดสารภาพเพื่อกันตัวเป็นพยานก่อนถูกดำเนินคดีอาญา

การดำเนินคดีกรณีทุจริตการสอบคัดเลือกกำลังเข้าสู่ระยะสำคัญ เมื่อภาครัฐยกระดับการสืบสวนจากการตรวจสอบผู้เข้าสอบที่มีพฤติการณ์ผิดปกติ ไปสู่การขยายผลเพื่อเอาผิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดทั้งขบวนการ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดหา ผู้ประสานงาน นายหน้า ผู้สนับสนุน หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยยืนยันว่าจะใช้พยานหลักฐานเชื่อมโยงความรับผิดเป็นรายบุคคล เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมผู้กระทำผิดทุกระดับ และป้องกันไม่ให้เครือข่ายทุจริตลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำอีก

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้รับคำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีให้เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวอย่างเด็ดขาด โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบ

ผบช.ก.ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูลกลุ่มผู้กระทำผิดที่มีความชัดเจนแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน โดยพบความเชื่อมโยงของเครือข่ายที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง ซึ่งจะเป็นเป้าหมายในการขยายผลต่อไป

สำหรับประเด็นสำคัญกรณีรายชื่อผู้เข้าสอบที่มีคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ตำรวจมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้วจากคณะทำงานตรวจสอบ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติทางคดีอาญา จะต้องรอข้อมูลและมาตรการทางปกครองจากกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำการเพิกถอนสิทธิ์ผู้สอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการก่อน
โดยแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้เข้าสอบ 5,924 ราย หลังจากถูกเพิกถอนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว หากรายใดให้การเป็นประโยชน์ก็อาจจะถูกกันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่ามีพฤติการณ์ตั้งใจจ่ายเงินเพื่อทุจริตสอบ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในฐานะผู้ถูกกล่าวหา

ผบช.ก.กล่าวว่า เนื่องจากผู้กระทำความผิดในขบวนการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดทาง บช.ก.ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ ป.ป.ช.แต่งตั้งเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทาง บช.ก.จะมีการส่งมอบและสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบทั้งหมด และหากการตรวจสอบข้อกฎหมายรวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จสิ้นรัดกุมดีแล้ว ทางสอบสวนกลางเตรียมที่จะขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังขบวนต่อไป