ผู้ใช้บัตรเครดิตพึงระวัง หลังผู้ใช้ TikTok ดีกรีทนายความสาว ออกมาเปิดโปงภัยสังคมรูปแบบใหม่ 'การสวมรอยชำระเงิน' ในสถานีบริการน้ำมัน แฉพฤติการณ์พนักงานอาศัยช่องโหว่ลักลอบรูดบัตรเครดิตลูกค้าซ้ำซ้อน เพื่อยักยอกยอดเงินสดเข้ากระเป๋าตัวเอง ชี้ความผิดทางอาญาสำเร็จทันทีที่เครื่องตัดยอด พร้อมแนะแนวทางบริหารความเสี่ยงขั้นเด็ดขาด เตือนผู้เสียหายอย่าหลงเชื่อรับโอนเงินคืนจากบัญชีส่วนตัวพนักงาน เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าโดยเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ผู้ใช้ TikTok "thang.ratt" ทนายความสาว ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอแชร์ประสบการณ์ถูกมิจฉาชีพซึ่งเป็นพนักงานเติมน้ำมัน ลักลอบนำบัตรเครดิตไปรูดชำระค่าบริการเกินกว่าความเป็นจริง โดยอาศัยช่องว่างจากการชำระเงินสดของลูกค้าคนก่อนหน้า ซึ่งพฤติการณ์นี้ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจระดับจุลภาคที่ผู้บริโภคต้องพึงระวัง โดยผู้โพสต์ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้คือการทุจริตในรูปแบบ "การสวมรอยชำระเงิน" โดยพนักงานปั๊มน้ำมันได้ทำการยักยอกเงินสด 100 บาทจากลูกค้าท่านก่อนหน้า แล้วนำยอดดังกล่าวมาลักลอบตัดบัตรเครดิตของผู้เสียหายซ้ำเติมไปกับยอดการใช้บริการจริง ในมิติของกฎหมายอาญา การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบที่ "สำเร็จแล้ว" ทันทีที่มีการรูดบัตร (ประกอบกับเป็นเหตุฉกรรจ์เนื่องจากกระทำในเวลากลางคืน) ซึ่งการที่พนักงานพยายามกดยกเลิกรายการ (Void) หรือเสนอโอนเงินคืนในภายหลังนั้น ไม่สามารถลบล้างความผิดทางอาญาที่ได้กระทำไปแล้วได้
เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงระดับบุคคล (Personal Risk Management) ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเชิงรุก โดยด่านแรกที่สำคัญที่สุดคือการ เปิดระบบแจ้งเตือนการทำรายการแบบเรียลไทม์ ควบคู่ไปกับการสังเกตพฤติกรรมพนักงานและเสียงเตือนจากเครื่อง EDC อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การที่ผู้เสียหาย ปฏิเสธการรับโอนเงินคืนจากบัญชีส่วนตัวของพนักงาน ถือเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบและถูกต้องตามหลักความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงในการถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าหรือการฟอกเงินที่อาจนำมาซึ่งปัญหาทางกฎหมายที่บานปลายในอนาคต
โดยผู้โพสต์ได้เรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ว่า ผู้เสียหายเติมน้ำมันยอดประมาณ 1,600 บาท และชำระด้วยบัตรเครดิต ผู้เสียหายได้ยินเสียงเครื่องรูดบัตร (EDC) ดังขึ้น 2 ครั้ง ได้รับ SMS แจ้งยอดตัดบัตร 1,600 กว่าบาท (ยอดจริง) จึงขับรถออกจากปั๊ม ไม่นานหลังจากนั้น ได้รับ SMS แจ้งตัดบัตรเพิ่มอีก 100 บาท ผู้เสียหายขับรถกลับไปที่ปั๊ม พนักงานแสดงท่าทีมีพิรุธและรีบทำการยกเลิกรายการ (Void) โดยอ้างว่ารูดครั้งแรกไม่ผ่าน
ผู้เสียหายแจ้งเรื่องไปยังบริษัทต้นสังกัด (ปั๊มน้ำมัน) และปฏิเสธการรับเงินโอนคืน 100 บาทเข้าบัญชีส่วนตัวจากพนักงานหรือผู้จัดการปั๊ม เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเชื่อมโยงกับบัญชีม้า
กลวิธีที่มิจฉาชีพรายนี้ใช้ เรียกว่า "การสวมรอยชำระเงิน" ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
ลูกค้า A: เติมน้ำมันยอด 100 บาท และ จ่ายเป็นเงินสด
พนักงาน: รับเงินสด 100 บาทเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่ยังไม่กดปิดรายการขายที่เครื่องแคชเชียร์
ลูกค้า B (ผู้เสียหาย): เติมน้ำมัน 1,600 บาท และ จ่ายด้วยบัตรเครดิต
การทุจริต: พนักงานนำบัตรเครดิตของลูกค้า B ไปรูดชำระบิลของลูกค้า A (100 บาท) และรูดชำระบิลของลูกค้า B (1,600 บาท) ทำให้พนักงานได้เงินสด 100 บาทไปโดยสมบูรณ์ และปั๊มน้ำมันได้ยอดขายครบถ้วน

