ผวาพ่อทิพย์ระบาดหนัก เครือข่ายขายสัญชาติไทยแลกเงินสกปรกให้ต่างด้าว ลามถึงบุคลากรโรงพยาบาล ตร.ขยายผลพบใหญ่กว่าที่คิด กระทบความมั่นคงชาติโดยตรง ถึงเวลาต้องรื้อทั้งระบบก่อนจะสาย
“คนไทยไม่ควรขายชาติ เพราะเห็นแก่เงินสกปรก”
คำนี้ไม่ใช่คำกล่าวเกินจริง หากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการที่คนไทยบางคนยอมรับรองบุตรให้บุคคลที่ไม่ใช่ลูกของตนเอง จนกลายเป็นช่องทางให้คนต่างด้าวได้รับสิทธิและสัญชาติไทย
หากย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน สังคมยังจำคดีการทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติรายใหญ่ได้เป็นอย่างดี เมื่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ นำกำลังสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลออกหมายจับ “ก๊ก อาน” ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นบุคคลสำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
แต่เมื่อขยายผล กลับพบข้อเท็จจริงที่สร้างความตกตะลึง
ข่าวว่า ทายาทของก๊ก อาน คือ น.ส.ภูเฌอหลิน ได้รับสัญชาติไทย โดยสูติบัตรระบุบิดาเป็นชายไทย ขณะที่มีข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าวมีชื่อเป็นบิดาของเด็กจำนวนมากผิดปกติ รวมทั้งยังมีการแจ้งเกิดย้อนหลังหลายปี พร้อมระบุเหตุผลว่า “คลอดระหว่างทาง”
คำถามคือ…
เหตุใดความผิดปกติลักษณะนี้จึงไม่ถูกตรวจพบตั้งแต่วันแรก?
เหตุใดระบบทะเบียนราษฎรจึงไม่แจ้งเตือน?
เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่ตั้งข้อสงสัย ทั้งที่รูปแบบการแจ้งเกิดมีลักษณะซ้ำกัน?
หลายคนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงคดีในอดีต
แต่วันนี้ การขยายผล กลับยิ่งน่าตกใจยิ่งกว่าเดิม
ปัจจุบัน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แกะรอยในคดีอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับคดีก๊กอาน พบว่า พ่อทิพย์ แทรกซึมอยู่ในทุกที่
ครั้งนี้ เป็นเอามาก พบว่ามีการปล่อยปละ ละเลย มี รพ เข้ามาเกี่ยวข้อง
การขยายผลเครือข่าย “พ่อทิพย์” อย่างต่อเนื่อง พบว่าปัญหาไม่ได้เป็นเพียงการกระทำของบุคคลไม่หลุ่กเล็ก
หากแต่มีลักษณะเป็นเครือข่าย และมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน รวมถึงกรณีที่มีบุคลากรของสถานพยาบาลบางแห่งถูกกล่าวหาว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
นั่นหมายความว่า…
คดีนี้อาจไม่ใช่เพียงการปลอมความเป็นพ่อ
แต่เป็นการใช้ “คนไทย” เป็นเครื่องมือเปิดประตูให้ต่างด้าวเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎรไทย และได้รับสิทธิในฐานะคนไทย
หากเป็นเช่นนั้น ความเสียหายไม่ได้จบเพียงการได้สัญชาติ
แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ การถือครองทรัพย์สิน การทำธุรกรรมทางการเงิน และอาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในอนาคต
ถึงเวลาที่กรมการปกครองต้องตอบคำถาม ข้อแรก…มีการตรวจสอบย้อนหลังผู้ที่ได้สัญชาติไทยจากการรับรองบุตรในลักษณะผิดปกติทั่วประเทศแล้วหรือยัง?
ข้อสอง…มีระบบตรวจจับหรือแจ้งเตือนกรณีบุคคลเดียวรับรองบุตรจำนวนมากหรือไม่?
ข้อสาม…เหตุใดการแจ้งเกิดย้อนหลังจำนวนมากจึงผ่านการรับรองได้? และจะมีการทบทวนหรือเพิกถอนสิทธิ หากพบว่าการได้สัญชาติเกิดจากการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่ ข้อสี่…จะปฏิรูประบบอย่างไร เพื่อไม่ให้ “พ่อทิพย์” รายใหม่เกิดขึ้นอีก?
การขยายผลของ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหานี้อาจใหญ่กว่าที่สังคมเคยรับรู้
สิ่งที่ประชาชนรอ ไม่ใช่เพียงการจับ “พ่อทิพย์” เพิ่มอีกกี่คน แต่คือการรื้อทั้งเครือข่าย เปิดโปงผู้มีส่วนร่วมทุกระดับ และอุดช่องโหว่ของระบบให้ได้
เพราะตราบใดที่ยังมีคนไทยยอมขายชื่อ ขายสถานะความเป็นพ่อ แลกกับเงินสกปรก
สัญชาติไทยก็ยังคงตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกซื้อขาย และนั่นไม่ใช่เพียงการขายศักดิ์ศรีของตนเอง
แต่มันคือ การขายผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติทั้งประเทศ

