ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ "ผลงานรมว."ลูกเทพ" สุดยอด "พลพีร์" เคลม! อย่างงี้ช่วยจัดการคดีฮุบที่เขากระโดง-ฮั้วสว.-สอบ TH-AI passport ให้เป็นโบแดงหน่อย
ต้องบอกว่าพกพาความมั่นหน้ามาระดับสิบเต็มสิบสำหรับ “พลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาด ไทยที่ออกมาโต้กระแสยี้ “รัฐมนตรีลูกเทพ” หรือ รัฐมนตรีที่เป็นทายาทตระกูลดังทำงานไม่เอาอ่าวเอาทะเล โดยสวนกลับพรรคประชาธิปัตย์ที่เหน็บแนมว่า พวกผม "ลูกเทพ" เพิ่งมาแค่ 2-3 เดือน แต่ทำผลงานดีกว่าฝ่ายค้านที่อยู่มา 20-30 ปี
แถมเคลมผลงานโบแดง ของเหล่า “แก๊งลูกเทพ” ว่าเจ๋งแจ๋วสุดยอด ทั้งเรื่องตามล้างตามสาง “โกงสอบท้องถิ่น” เอย หรือเรื่องหั่น “ค่าไฟแฝง” ออกจากบิลประชาชนเอย ฝีมือลูกเทพทั้งนั้น จะใครล่ะ!
งานนี้ ประชาชนฟังแล้วก็น้ำตาจะไหล ในผลงานที่อวยยศกัน เพราะช่างดูน่ารัก กุ๊กกิ๊ก เป็นงานสเกลระดับ "ล้างบ้านกวาดหยากไย่" ในทำนองนั้น คอการเมืองทั้งหลายจึงลงความเห็น ถ้า"ลูกเทพ" เจ๋งจริง... ขอท้าคิวงานระดับ "มหาเทพ" หน่อยเป็นไง?
ในเมื่อเคลมว่า "ลูกเทพ" เก่งกล้าสามารถ ลบคำสบประมาทเรื่องดีแต่ใช้นามสกุลพ่อ แก๊งลูกเทพ ช่วยแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เคลียร์คดีที่สังคมคาใจให้จบทีเถอะ!
ลูกเทพหลายคนไหนๆ ก็คุมมหาดไทย คุมกลไกอำนาจรัฐกันอยู่มือแล้ว ลองดูคดีมหากาพย์ "ฮุบที่ดินเขากระโดง" ที่มีคนใหญ่คนโตเอาที่ดินรถไฟไปใช้ประโยชน์ส่วนตน คดียื้อยุดฉุดกระชากลากถูจนสังคมตั้งคำถามจะคืนที่รถไฟ กี่โมง?
งานนี้ปัญหาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมที่ดินโดยตรง ถ้า "ลูกเทพ" ฝีมือระดับเทพจริง ช่วยกรุณาเพิกถอนสิทธิ์ สั่งทุบ สั่งทวงคืนแผ่นดินของรัฐกลับมาให้เป็นธรรมที
อย่าปล่อยให้คนเขาครหาว่า "ลูกเทพ" เก่งแต่กับตาสีตาสา พอเจอ "พ่อเทพ" เข้าหน่อย...มือไม้อ่อน กราบกรานไม่กล้าแตะ!
เรื่องมหากาพย์ "ฮั้วเลือกสว." ก็เช่นกัน สองปีผ่านไป กระบวนการเลือกตั้งที่โดนสังคมนินทากันทั้งบ้านทั้งเมือง ว่ามีการล็อกโหวต ฮั้วกันจนได้ "สว.สายสีน้ำเงิน" มานั่งสลอนเต็มสภา ข่าวฉาวโฉ่กระจายขนาดนี้ "ลูกเทพ" สายปราบทุจริต ที่เก่งนักเก่งหนา กับเรื่องสอบท้องถิ่น ต้องช่วยขยับสเกลมาสางทุจริตระดับ "สว." ให้เห็นเป็นขวัญตาหน่อยได้ไหม? หรือว่าเรื่องนี้มันใกล้ตัวเกินไป จนมองไม่เห็น?
และที่รอคอยให้ "ลูกเทพ" แสดงฝีมืออีกเรื่องก็คือ ปมฉาวโครงการ "TH-AI Passport"
เรื่องร้อน ๆ ที่ประชาชนมองตาปริบๆดู "นายทุน" ผู้ใกล้ชิดพรรคภูมิใจไทย กอบโกยงบประมาณจนต้องร้องขอ..รวยไม่ไหวแล้ว
งานนี้ถ้า "ลูกเทพ" เคลียร์ได้โปร่งใส ไร้ข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการเอื้อประโยชน์พวกพ้องได้จริง สังคมจะยอมก้มกราบ อนุโมทนาสาธุ แถมถวายน้ำแดงให้จุใจไปเลย
งานนี้ "พลพีร์" ต้องชักชวนแก๊งลูกเทพ โชว์ผลงานชิ้นโบแดงจริงๆ จังๆ หน่อย เพราะจะว่าไป ที่เคลมมาและทั้งสวนฝ่ายค้าน ถ้าใจร่มๆ ฝ่ายค้านเขาพยายามพูดเรื่องโครงสร้างเชิงนโยบาย ความโปร่งใส และหลักธรรมาภิบาล แต่ "พลพีร์" กลับยกเรื่องปราบโกงสอบท้องถิ่น หรือ ลดค่าไฟแฝง มาว่าเป็นการทำงานของ “รมต.ลูกเทพ” ทั้งๆ ที่ทั้งสองเรื่องเป็นหน้าที่พื้นฐานที่ข้าราชการประจำเขาก็ทำได้ ไม่ต้องถึงมือ "ลูกเทพ" มาจุติ
สรุปว่า ถ้าอยากให้ประชาชนเขาชาบูและกราบไหว้ ด้วยความเลื่อมใสจริงๆ ข่วยลงมือสางคดีฮุบที่ดินเขากระโดง ทวงคืนความยุติธรรมเรื่องสว. และ เคลียร์เรื่องไทยแลนด์เอไอ พาสปอร์ต ให้สะอาดหมดจดก่อนดีกว่า...
ถ้าทำได้จริง ค่อยมาตะโกนดังๆ ว่านี่คือ "ฝีมือลูกเทพ" วันนั้นรับรอง...ไม่มีใครกล้าเถียงสักคำ!
++ รู้จัก“ดร.วิน” มือทำงาน ทำเงิน ให้ขั้วสีน้ำเงิน ?!
การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มีความคืบหน้าไปอีกขั้น เมื่อ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หลังตรวจสอบคะแนนดิบของผู้สอบบรรจุ มีผู้เข้าข่ายถูกเพิกถอน 5,814 คน โดยคณะกรรมการกลาง จะประชุมเพื่อทำการเพิกถอนในวันที่ 23 ก.ค.นี้
ส่วนที่ฝ่ายการเมืองพยายามตัดจบ ไม่ให้ลามมาถึงตนเอง ให้หยุดอยู่แค่ระดับข้าราชการ แต่เมื่อมีการจับกุม “วิน ธนพชรโภคิน” หรือ "ดร.วิน" ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดีทุจริตการสอบบรรจุครั้งนี้ ก็ทำให้เห็นถึงเส้นสาย โยงใย ไปถึงนักการเมือง
เพราะ “ดร.วิน” เคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” รมว.สาธารณสุข ในช่วงปี 2568
แม้ “พัฒนา” จะยอมรับว่า “ดร.วิน” เคยร่วมคณะทำงานจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว เป็นการแนะนำจากทีมงานของตนเท่านั้น โดยมีการแจ้งว่า “ดร.วิน” เคยทำงานหลายส่วน เป็นคณะทำงานหลายที่ จึงมีการแนะนำมา และรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เป็นรัฐบาลค่อนข้างสั้น โดยเข้ามาในช่วงเดือนต.ค.2568 จากนั้นรัฐบาลยุบสภาในเดือน ธ.ค.2568
“พัฒนา” ยังตบท้ายว่าแม้เขาจะเป็นหัวหน้าคณะทำงาน แต่เคยเจอหน้ากันครั้งเดียวตอนมาแนะนำตัวเท่านั้น!
ไม่เพียงที่กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น... “ดร.วิน” ยังเคยเป็นเป็นคณะทำงานของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม โดยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) สังกัดกระทรวงคมนาคม
ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้แต่งตั้ง มีผลเมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 และเพิ่งลาออกไปเมื่อเดือนมิ.ย.69 นี่เอง ตอนที่เรื่องทุจริตการสอบบรรจุ แดงขึ้นมา
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2566 “ดร.วิน” คนนี้ ยังเคยเป็นกรรมการ ในองค์การจัดการน้ำเสีย ภายใต้สังกัดของกระทรวงมหาดไทย
ในงานด้านตำรวจ “ดร.วิน” ก็เคยเป็น กรรมการ กต.ตร. สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน โดยผู้กำกับการ สน.เตาปูน เป็นผู้แต่งตั้ง ให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม
นี่แสดงว่า “ดร.วิน” ต้องมีเส้นสายทางการเมือง จึงสามารถไปนั่งเป็นกรรมการ เป็นคณะทำงาน ในหน่วยงานต่างๆได้
คำตอบของ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” รมว.สาธารณสุข เหมือนบ่งบอกไปในตัวว่า เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคส่งมา เพราะตนเองไม่รู้จักกันมาก่อน และตำแหน่งแห่งที่ ก็เป็นถึงหัวหน้าคณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการ
จึงมีคำถามต่อ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ว่ามีเหตุผลอะไรในการตั้ง “ดร.วิน” เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการบินพลเรือน หรือมีใครส่งมาอีกเหมือนกัน
และต้องถาม “อนุทิน ชาญวีรกูล” ว่ามีเหตุผลอะไรในการตั้ง “ดร.วิน” เป็นกรรมการ ในองค์การจัดการน้ำเสีย หรือเป็นเพราะมีใครแนะนำมา ... ไม่ใช่เล่นลิเก ทำท่าขึงขัง ว่าจะเอาผิดแบบไม่ไว้หน้า ไม่มีละเว้น!
ความเชื่อมโยงที่ยกมาให้เห็นนี้ น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอว่า “ดร.วิน” เป็นคนของฝ่ายการเมือง เป็นคนของพรรคภูมิใจไทย เพราะกระทรวงที่เขามีชื่อเป็นคณะทำงานนั้น ล้วนแล้วแต่มีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลอยู่ทั้งสิ้น
มองในทางการเมืองแล้ว พรรคภูมิใจไทย จึงหลบเลี่ยงจากการถูกชี้หน้าว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งนี้ได้ยาก เพราะมีข้อเท็จจริงให้เห็นกันชัดๆ ว่า พรรคหรือผู้บริหารพรรค มีความเกี่ยวโยงกับผู้กระทำความผิด หรืออาจถึงขั้นเป็นผู้บงการ โดยผ่านมือทำงาน ทำเงิน อย่าง “ดร.วิน” คนนี้
สุดท้ายต้องติดตามว่า กระบวนการยุติธรรมไทย จะสามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โดยไม่คำนึงถึงสถานะ หรือความเชื่อมโยงทางการเมือง ได้จริงหรือไม่

