โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์สังเวย 33 ชีวิต จุดชนวนรัฐบาลรื้อใหญ่กฎหมายสถานบันเทิง จี้ทบทวนมาตรการโซนนิ่งและมาตรฐานความปลอดภัยทั่วประเทศ หลังพบช่องโหว่ใบอนุญาตเปิดเกินประเภท
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ได้ยังจุดกระแสให้ภาครัฐหันกลับมาทบทวนกฎหมายควบคุมสถานบันเทิงที่ถูกมองว่าล้าสมัย ท่ามกลางคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัย การกำกับดูแล และช่องว่างของกฎหมายที่อาจเปิดโอกาสให้สถานประกอบการบางแห่งดำเนินกิจการไม่ตรงกับประเภทใบอนุญาต
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับสถานบันเทิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากเมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลง กฎหมายที่ใช้บังคับอาจไม่ทันต่อรูปแบบการประกอบกิจการในปัจจุบัน โดยเฉพาะการกำหนดพื้นที่หรือโซนนิ่ง ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะเป็นผู้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ส่วนในต่างจังหวัดเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเสนอแนวทางโดยเร็ว
นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบการหลายแห่งจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่เมื่อมีการจำหน่ายแอลกอฮอล์และมีการเต้นรำ จะเข้าข่ายเป็นสถานบริการ หากไม่ได้จดทะเบียนถือว่าผิดกฎหมาย จึงต้องทบทวนว่ากฎหมายและมาตรการที่มีอยู่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการประกอบกิจการ แต่เกิดจากการขาดมาตรฐานความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุจึงไม่สามารถรองรับหรือดูแลผู้ใช้บริการได้ สำหรับจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าโรงเบียร์ลาดพร้าวได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นร้านอาหารกับสำนักงานเขต ขณะที่กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่กำกับดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย และเตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน โดยมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทยฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ประสานการประชุม ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนที่ศูนย์ปฏิบัติการ สน.พหลโยธิน นานกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 33 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดคือ "น้องดิน" นักร้องนำวงทศกัณฑ์ ซึ่งเสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชวิถีเมื่อเวลา 17.56 น. และขณะนี้สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้ครบทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บยังอยู่ระหว่างรักษาตัว แบ่งเป็นอาการสาหัส 16 ราย อาการปานกลาง 12 ราย และอาการเล็กน้อย 43 ราย
ในส่วนของการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 96 ปาก ประกอบด้วย เจ้าของร้าน พนักงาน ญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และผู้เชี่ยวชาญด้านโยธาและสิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจากการไฟฟ้าว่า เจ้าของร้านเคยยื่นคำขอเพิ่มกำลังไฟฟ้าจาก 30/100 แอมป์ เป็น 200 แอมป์ หลังเปิดกิจการได้ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากระบบเดิมไม่เพียงพอต่อการใช้งาน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดตั้งระบบใหม่ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

