เผือกร้อนสีน้ำเงิน เมื่อเครือข่ายบ้านใหญ่ถูกมรสุมคดีรุมถล่ม พลิกภาพทายาทการเมืองจากแก๊งลูกเทพ สู่ข้อกังขาแก๊งลูกโกง สะเทือนฐานอำนาจพรรค
”ภูมิใจไทย“ พรรคสีน้ำเงิน เติบโตจากพรรคบ้านใหญ่ ป่าล้อมเมือง มีฐานบัญชาการ “บุรีรัมย์ซิตี้” เมืองหลวงของพรรคสีน้ำเงิน
แม้ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งของพรรคไม่ได้เกิดจาก “บุรีรัมย์” เพียงจังหวัดเดียว หากแต่ค่อย ๆ ขยายอำนาจผ่านเครือข่าย “บ้านใหญ่” ในหลายจังหวัด
เช่น บ้านใหญ่อุทัยธานี ตระกูล “ไชยเศรษฐ์” ที่มี “ชาดา ไทยเศรษฐ์” กุมบังเหียน
บ้านใหญ่อ่างทอง ตระกูลปริศนานันกุล ”สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล“ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย บัญชาการอยู่
บ้านใหญ่สตูล ตระกูลดัง อย่าง “เลียงประสิทธิ์” ผูกขาดอำนาจท้องถิ่นทุกระดับ
แต่ทว่า ศูนย์กลางของอำนาจยังคงอยู่ที่ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ภายใต้การวางเกมของ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้ถูกมองว่าเป็น “ครูใหญ่” ของพรรค แม้ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง
แต่ใครๆก็รู้ว่า ผู้มีบารมีเหนือรัฐบาลคือใคร? ถ้าไม่ใช่เนวิน
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับบทหัวหน้าพรรค หลายคนมองเป็น นายกฯหุ่นเชิด แต่ อนุทิน ก็เรียก คะแนนนิยมได้ไม่เบา หลังการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ดึงกลุ่มเทคโนแคท อย่าง ”ศุจจี เอกนิติ สีหศักดิ์“ ทำเอาชนะถล่มทลาย
จากบ้านใหญ่ อำนาจขยายสู่ คนรุ่นใหม่ ก่อกำเนิด “แก๊งลูกเทพ” นำโดย นายไชยชนก ชิดชอบ ภราดร ปริศนานันทกุล และ กรวีร์ ปริศนานันทกุล เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และธนยศ ทิมสุวรรณ ถูกผลักดันขึ้นมาเป็นทายาททางการเมือง อย่างเด่นชัด
ทั้งหมดถูกมองว่าเป็น “กำลังหลัก” ของภูมิใจไทยในยุคที่พรรคก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่มีอำนาจต่อรองสูงที่สุด
ภาพของ “แก๊งลูกเทพ” เริ่มเด่นชัดขึ้น จนพัวพันในหลายคดีสำคัญพร้อมกัน
คดีแรก คือ คดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลจำนวนมาก รวมถึงนักการเมืองและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยหลายราย
อาทิ เนวิน ชิดชอบ, อนุทิน ชาญวีรกูล, ไชยชนก ชิดชอบ, ภราดร ปริศนานันทกุล, กรวีร์ ปริศนานันทกุล, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, ธนยศ ทิมสุวรรณ, เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ และวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
บุคคลทั้งหมดได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการชี้แจง โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. และกระบวนการยุติธรรม จึงยังไม่มีข้อยุติว่าผู้ใดมีความผิดตามกฎหมาย
กรณีเปิดโปง นโยบายAI Passport กับคำถามเรื่องเงินทอนรับพันล้านบาทเข้ากระเป๋าเครือข่ายอำนาจ
ฝ่ายค้านได้อภิปรายตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการดำเนินโครงการและความคุ้มค่าของงบประมาณ และแน่นอน โครงงานนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ตัวพ่อแก๊งลูกเทพ “ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี” อย่างจัง
อีกคดี คือปมโกงสอบท้องถิ่น ความย้อนแย้งที่สังคมให้ความสนใจกันทั้งแผ่นดิน และถูกจับตาไม่แพ้กัน คือ คดีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่ง ป.ป.ช. ขยายผลจนมีผู้ถูกกล่าวหากว่า 6,000 ราย
ประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง ลูกเทพ “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” รมช.มหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และมีบทบาทติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคดีนี้
ขณะเดียวกัน นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายก อบจ.สตูล ซึ่งเป็น ลุงของนายวรศิษฎ์ มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ถูกกล่าวหาของ ป.ป.ช. ในคดีเดียวกัน
แม้นายวรศิษฎ์ไม่ได้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ และยังไม่มีข้อกล่าวหาว่าเข้าไปแทรกแซงการสอบสวน แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้กำกับดูแลการสอบสวนมีญาติใกล้ชิดเป็นผู้ถูกกล่าวหา ก็ทำให้ฝ่ายค้านและนักวิชาการบางส่วนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความเสี่ยงต่อผลประโยชน์ทับซ้อน
บ้านใหญ่เกือบทุกกลุ่มของภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ อ่างทอง อุทัยธานี สตูล หรือเลย ต่างมีบุคคลในเครือข่ายที่ปรากฏชื่อในพื้นที่การตรวจสอบของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว สว. คดี AI Passport หรือคดีโกงสอบท้องถิ่น แม้แต่ละคดีจะมีข้อเท็จจริงและผู้เกี่ยวข้องแตกต่างกัน
ในทางการเมือง ภาพดังกล่าวทำให้คำว่า “แก๊งลูกเทพ” ซึ่งเคยหมายถึงทีมคนรุ่นใหม่ที่ถูกปั้นขึ้นมาสืบทอดอำนาจ กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของเครือข่ายที่กำลังถูกตั้งคำถามว่า ”แก๊งลูกโกง“ หรือไม่!?

