xs
xsm
sm
md
lg

มรสุมสื่อกินกันเอง ดิสรัปต์ พระเจ้าจอร์จ จบยุค ทีวีไดเร็ค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปิดตำนาน พระเจ้าจอร์จ สิ้นสุดยุคทองทีวีไดเร็ค ผู้บุกเบิกโฮมช้อปปิ้งไทย พ่ายมรสุมดิสรัปต์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เหลือไว้เพียงวลีฮิตในความทรงจำ

“โอ้ พระเจ้า จอร์จ เราต้องจากกันจริงๆ แล้วสินะ” นี่คือสถานการณ์จริง ของรายการขายสินค้าทางทีวียามดึก ซึ่งมี ทีวีไดเร็ค เป็นผู้บุกเบิก

ช่วงยุคทองของทีวีไดเร็ค นานกว่าทศวรรษ คําอุทานที่ว่า “โอ้ พระเจ้า จอร์จ มันยอดมาก” กลายเป็นวลีฮอตฮิตติดหู พูดกันทั้งเมือง

ความฮิตนั้น มาพร้อมกับยอดขายถล่มทลาย จนใครต่อใคร โจนเข้าหาความหอมหวานของธุรกิจนี้กันเต็มไปหมด ไม่ได้มีแค่ทีวีไดเร็คเจ้าเดียว

แต่มาบัดนี้ สิ่งเหล่านั้นเป็นอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับมาแล้ว เป็นเพียงแค่ตํานานบทหนึ่งของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งเมืองไทย ซึ่งจบสิ้นไป เพราะการ ดิสรัปต์ หรือการกินกันเองตามธรรมชาติของสื่อ

ล่าสุด พนักงานของทีวีไดเร็ก เพิ่งโพสต์ บรรยากาศการเก็บฉาก ปิดไฟห้อง Master Control Room ที่เคยใช้ถ่ายทํารายการ ทั้งที่ตัวธุรกิจขายสินค้าทางทีวี สิ้นสภาพไปแล้วนานนับปี

ทีวีไดเร็ค ถือเป็นผู้นําของโฮมช้อปปิ้ง บุกเบิกธุรกิจนี้เมื่อปี 2542 หลังเมืองไทยผ่านความสะบักสะบอม จากภาวะเศรษฐกิจต้มยํากุ้งมาหมาด ๆ

เป็นไปตามวลีที่ว่า ในวิกฤติ มีโอกาส ช่วงนั้น
แอร์ไทม์ของทีวี มีที่ว่างมากมากมาย โดยเฉพาะยามดึกดื่น ราคาแอร์ไทม์นับว่าถูกแสนถูก

ทีวีไดเร็คจึงนํารายการและสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ที่เป็นต้นตำรับ มาลองตลาดในเมืองไทย ซึ่งปรากฏว่าปังมาก โดยเฉพาะสินค้า เครื่องใช้ในครัวเรือน รถยนต์ เครื่องออกกําลังกาย สินค้าแฟชั่น

เนื่องจากรายการพวกนี้ประสบความสําเร็จมาแล้วที่อเมริกา พอมาถึงไทยก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่พากย์เสียงไทยทับไป ให้จอร์จกับซาร่า ช่วยกัน ชงกันไป ชงกันมา อย่างออกรส ในทุกค่ําคืน

บรรดาคนนอนดึกทั้งหลาย ที่ไม่มีที่ไป ไม่รู้จะดูอะไร ยูทูบก็ยังไม่เกิด จำใจต้องโดน จอร์จกับซาร่า พูดกรอกหูซ้ําๆ จากผู้ชมก็เลยกลายเป็นลูกค้า ไปในที่สุด

ทั้ง ๆ ที่สินค้าเหล่านั้น หลายอย่างก็ใช่จะมีคุณภาพที่ดี อย่างที่จอร์จกับซาร่า โม้เอาไว้

น้ำขึ้นให้รีบตัก ทีวีไดเร็ค​ ไม่หยุดแค่ในทีวี แต่ปูพรมขายไปทุกช่องทาง ทั้งการส่งแคตตาล็อก หรือ Direct Mail ไปตามบ้าน พร้อมระบบคอลเซ็นเตอร์ที่ทรงประสิทธิภาพพร้อมรับสาย 24 ชั่วโมง

รวมถึงเปิดหน้าร้าน TV Direct Showcase ตามห้างสรรพสินค้าให้คนได้สัมผัสลูบคลำสินค้าจริง ไม่ใช่แค่เห็นแต่ในทีวี

ในที่สุด ทีวีไดเร็ค ก็เติบโตจนสามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อปี 2555 ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดโฮมช้อปปิ้งของประเทศไทยอย่างเต็มตัว

ปี 2559 ผลประกอบการยังเป็นบวก ทำกำไรกว่า 14 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปไม่นาน ธรรมชาติของสื่อเปลี่ยนไปไวเหมือนโกหก เช่นเดียวกับวิถีชีวิตของผู้คน

ทีวีไม่ใช่สื่อหลักอีกต่อไป แทบทุกอย่างย้ายไปอยู่ในมือถือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อย่าง shopee lazada tiktokshop โผล่มาให้ช็อปกันตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่ต้องยกหูโทรศัพท์สั่งซื้อ แบบยุคของทีวีไดเร็ก แต่คลิกจบได้เลยในมือถือ แม้แต่ตอนนั่งส้วม หรืออยู่บนรถไฟฟ้า

มีแม่ค้าออนไลน์ ซึ่งมีทักษะในการไลฟ์สดขายสินค้าแบบมาราธอน กลายเป็นจุดสนใจมากกว่าเทปแห้งๆ ของฝรั่งจอร์จกับซาร่า

มรสุมเทคโนโลยี บวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป นำมาสู่ตัวเลขติดลบต่อเนื่องของ ทีวีไดเร็ค โดยช่วงปี 2564-2567 นับว่าขาดทุนยับเยิน บางปีขาดทุนกว่า 400 ล้านบาท

ที่เคยโกยกำไรตุนไว้ในช่วงยุคทอง พอปรับตัวไม่ทันนิดเดียว ก็โดนทวงกำไรคืน แบบทบต้นทบดอก ก็ว่าได้

ปัจจุบันทีวีไดเร็ค เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จํากัด (มหาชน) แปลงสภาพเป็นบริษัท โฮลดิ้ง มีกิจการหลายๆ อย่าง ไม่ได้แขวนชะตาชีวิตตัวเองไว้กับการขายของ ทางทีวีอย่างเดียวอีกต่อไป

เหลือไว้แต่ตำนานให้เล่าขานถึงจอร์จและซาร่า ผู้สามารถสะกดจิตคนไทย ให้ยกหูซื้อของแพง ๆ ได้