วันที่ 13 กรกฎาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีรชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ. และผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเครือข่ายลักลอบแจ้งเกิดเท็จให้เด็กต่างด้าว ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นขบวนการ “กุมารจีน”
จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการจัดหาบุคคลสัญชาติไทยเข้ามาสวมบทเป็น “พ่อไทยทิพย์” รับจ้างแจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าว โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บางราย ทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยงานทะเบียน เพื่อดำเนินการออกเอกสารสำคัญของรัฐให้เด็กที่ไม่ได้มีสิทธิได้รับสัญชาติไทย
พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เด็กต่างด้าวสามารถได้รับสถานะเป็นบุคคลสัญชาติไทยโดยมิชอบ อาศัยหลักสัญชาติทางสายเลือดและการเกิดในราชอาณาจักร ส่งผลให้สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐได้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล สิทธิทางสังคม ตลอดจนสิทธิในการถือครองทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบทะเบียนราษฎร และอาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
ผลการดำเนินคดีล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้แล้วรวม 35 หมายจับ จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 33 ราย ขณะที่มีผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ 1 ราย หลบหนีในประเทศ 1 ราย ยังอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ที่เหลือมาดำเนินคดี
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกฝากขัง ประกอบด้วย พ่อชาวจีน 4 ราย แม่ชาวจีน 10 ราย และพ่อไทยทิพย์ 13 ราย รวมทั้งสิ้น 27 ราย โดยศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมด และส่งตัวเข้าเรือนจำระหว่างดำเนินคดี
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด รวมถึงเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงของเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารหรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

