เอพี – อเมริกายืนกรานอิหร่านไม่ได้ควบคุมฮอร์มุซ ด้านเตหะรานสวนทันควัน ช่องแคบดังกล่าวเป็นดินแดนของตน และจะไม่มีวันยอมให้กองทัพนอกรีตที่สังหารไม่เว้นแม้แต่เด็กจากอีกซีกโลกแทรกแซงดินแดนอย่างผิดกฎหมายเด็ดขาด
อิหร่านและอเมริกามาถึงเกือบครึ่งทางของการเจรจาระยะ 60 วันภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามถาวร แต่แทนที่จะมีการเจรจา ทั้งคู่กับโจมตีตอบโต้กันระลอกใหม่จากประเด็นฮอร์มุซ สร้างความกังวลไปทั่วโลกว่า สงครามอิหร่านอาจโหมกระพือขึ้นอีกรอบ
แอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แถลงว่า การฟื้นสงครามเต็มรูปแบบอาจนำไปสู่ผลลัพธ์เลวร้าย อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ (13 ก.ค.) กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า ได้โจมตีเป้าหมายนับสิบแห่งในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่ตั้งระบบเรดาร์ ขีปนาวุธ และอุปกรณ์เกี่ยวกับโดรน และเรือเล็ก นอกจากนี้ CENTCOM ยังเสริมว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าโลก พร้อมยืนยันว่า อิหร่านไม่ได้ควบคุมน่านน้ำแห่งนี้
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจสำคัญในระบอบเทวาธิปไตยของอิหร่าน และควบคุมคลังแสงขีปนาวุธทิ้งตัว คัดค้านแถลงการณ์ของ CENTCOM โดยยืนกรานว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของอิหร่าน และอิหร่านจะไม่ยอมให้กองทัพนอกรีตที่สังหารไม่เว้นแม้แต่เด็กจากอีกซีกโลกแทรกแซงดินแดนของตนอย่างผิดกฎหมาย
ที่บาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ มีเสียงไซเรนเตือนภัยขีปนาวุธดัง 3 รอบเมื่อวันจันทร์ ขณะที่คูเวตเผยว่า ได้สกัดอาวุธที่ยิงเข้าไปในดินแดน อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานความเสียหายในทั้งสองประเทศ
ทางด้านกองทัพจอร์แดนแถลงว่า สอยขีปนาวุธอิหร่าน 4 ลูกร่วงโดยไม่มีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย ทั้งนี้ อเมริกามีทหารและเครื่องบินรบประจำอยู่ในจอร์แดนเช่นเดียวกัน
ที่อิหร่าน สำนักข่าว IRNA ของทางการรายงานว่า จังหวัดฮอร์โมซกัน คูเซสถาน และมาร์กาซีถูกโจมตี โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานจากสำนักข่าวกึ่งทางการว่า มีการโจมตีที่จังหวัดซีสถานและบาลูเชสถาน
ขณะเดียวกัน ฐานที่มั่นชัมฮาร์ของฝ่ายกองทัพของพรรคเสรีภาพเคอร์ดิสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายค้านชาวเคิร์ดในอิหร่านที่ตั้งฐานอยู่ในเขตกึ่งปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ
เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (12 ก.ค.) กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่า โจมตีเป้าหมาย 140 แห่งในอิหร่าน ซึ่งรวมถึงที่ปล่อยโดรนและขีปนาวุธ คลังกระสุน อุปกรณ์สื่อสาร และที่ตั้งอื่นๆ ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่หนักหน่วงกว่าการโจมตี 2 ระลอกล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างมาก ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์รายการมีท เดอะ เพรสส์ของเอ็นบีซีว่า อเมริกาถล่มอิหร่านหนักมาก
ในเวลาต่อมา อิหร่านแก้แค้นด้วยการโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นที่ตั้งฐานทัพและกำลังพลของอเมริกา พร้อมยืนกรานว่า มีเพียงอิหร่านเท่านั้นที่ควบคุมฮอร์มุซ และอาจมีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากช่องแคบนี้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน ประกาศว่า หมดยุคข้อตกลงฝ่ายเดียวแล้ว
อิหร่านยังประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่กองทัพสหรัฐฯ และทรัมป์ยืนกรานว่า ช่องแคบดังกล่าวยังเปิดอยู่ อย่างไรก็ตาม การควบคุมฮอร์มุซเบ็ดเสร็จของอิหร่านถูกบ่อนทำลายจากการที่กองทัพอเมริกาสนับสนุนให้เรือพาณิชย์แล่นผ่านช่องแคบนี้โดยใช้เส้นทางเลียบแนวชายฝั่งของโอมาน สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งแก่เตหะราน ซึ่งเปิดฉากโจมตีเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าว และเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ารอบใหม่กับอเมริกา
สัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ประกาศว่า ข้อตกลงชั่วคราวจบลงแล้ว กระนั้น บรรดาผู้ไกล่เกลี่ยที่รวมถึงปากีสาน กาตาร์ และอียิปต์ ยังคงพยายามผลักดันข้อตกลงสุดท้ายเพื่อยุติสงคราม
เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการไกล่เกลี่ยเผยว่า ความพยายามเพื่อฟื้นการหยุดยิงยังคงดำเนินต่อไปในวันอาทิตย์ และปากีสถานระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และเร่งเร้าให้ทั้งสองฝ่ายลดการเผชิญหน้า

