เชียงราย - รอง ผบ.ตร.ยันชัด..ทั้ง ตร.ภาค 5-ตำรวจเชียงราย-ศุลกากรเชียงแสน ตรวจสอบแล้วพบ หลังไทยห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าเมียนมา กว่า 1 ปี ผู้ค้ากลับสำแดงเท็จอ้างส่งลาว ก่อนลำเลียงน้ำมันลงเรือน้ำโขง ทวนน้ำขึ้นฝั่งเมียนมาเหนือสามเหลี่ยมทองคำ ไม่น้อยกว่า 10 ล้านลิตร เชื่อทำกันมานาน
วันนี้ (13 ก.ค.) พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ (UNODC) และหัวหน้าคณะทำงานบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคม และความมั่นคงของรัฐ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว-เมียนมา ณ สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
หลังไทยมีมาตรการตัดกระแสไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และงดส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศเมียนมา ทั้งที่ด่าน อ.แม่สอด จ.ตาก กับ จ.เมียวดี,ด่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย กับ จ.ท่าขี้เหล็ก ฯลฯ ซึ่งเป็นด่านการค้าหลักเพื่อปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์/พนันออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2568 เป็นต้นมา
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ผบช.ภ.5 และ ผบก.ภ.จว.เชียงราย รวมทั้งนายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน ได้ตรวจสอบเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังต่างประเทศผ่านท่าเรือแม่น้ำโขง ประกอบกับศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนของ ตร.ได้ตรวจสอบและทำเคสซิ่งมานานหลายเดือนหรือเกือบ 1 ปีแล้ว กลับพบว่ามีเรือขนส่งสินค้าส่วนหนึ่งที่ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงโดยแจ้งว่าจะนำไปส่งที่ สปป.ลาว แต่แท้ที่จริงแล้วส่งไปยังประเทศเมียนมาแทน
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบเรือจำนวน 1 ลำในวันที่ 13 ก.ค.นี้ และกำลังร่วมกับด่านศุลกากรในการขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะทำให้ประเทศไทยสูญเสียเรื่องภาษีเป็นจำนวนมาก
"ตอนนี้เราไม่ได้จับกุม เราได้ไปเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นเรือ ซึ่งเรือลำหนึ่งขนน้ำมันได้ประมาณ 400,000 ลิตร เราก็จะมีการนำเรื่องนี้ไปขยายผลและนำข้อมูลต่างๆ มาดูว่ามีเรือกี่ลำ มีใครที่เกี่ยวข้องบ้าง ปริมาณที่ขนลักลอบคาดว่าจะมีน่าหลาย 10 ล้านลิตร" พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวและว่ามีการกระทำมานานเพราะเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้มานานแล้วเช่นกัน
สำหรับชายแดนด้าน จ.เชียงราย มีด่านพรมแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาทั้งทางบกและแม่น้ำ ส่วนการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยไปเมียนมาเดิมมีการขนส่งผ่านด่านพรมแดน อ.แม่สาย แต่หลังมีมาตรการงดส่งออกทำให้การขนส่งทางเรือแม่น้ำโขงถูกจับตามอง เพราะแม่น้ำโขงติดกับทั้งเมียนมาและ สปป.ลาว รวมทั้งเมื่อขนส่งออกนอกประเทศไปแล้วยังผ่านท่าเรือต่างๆ ของทั้ง 2 ประเทศเหนือสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปอีกหลายท่า ทำให้ตรวจสอบยากลำบากกว่าทางบก
ทั้งนี้ด่านศุลกากรเชียงแสนมีการค้ากับประเทศเมียนมา สปป.ลาว และจีน ในปี 2568 เป็นการนำเข้า 1,352.160 ล้านบาท และส่งออก 9,285.396 ล้านบาท กรณีน้ำมันเชื้อเพลิงมีการส่งออกดีเซลมากเป็นอันดับ 2 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดด้วยมูลค่า 14,308,397,440.09 ล้านบาท น้ำหนัก 544,938,128.51 กิโลกรัม.

