xs
xsm
sm
md
lg

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเผย สภาพภูมิอากาศโลกกำลังเข้าสู่จุดอันตราย ภัยธรรมชาติต่างๆ เกิดบ่อยและหนักขึ้น และคาดเดาได้ยากกว่าที่เคย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องติดตามปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิด และโลกกำลังมุ่งหน้าสู่ช่วงเวลาแห่งความร้อนที่เป็นอันตรายอีกครั้ง หลังแบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดชี้ว่า ต่อจากนี้ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มทวีกำลังขึ้น ทำให้ทุกพื้นที่ทั่วโลกมีความเสี่ยงกับสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มขึ้น และเกือบจะแน่นอนว่าอุณหภูมิโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะยังคงอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หรือใกล้เคียง เนื่องจากภาวะโลกร้อนกำลังเร่งตัวขึ้นทั้งบนบกและในทะเล

รายงานนี้จัดทำโดย สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร (UK Met Office) และเผยแพร่โดย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า มีโอกาส 86 เปอร์เซ็นต์ที่อย่างน้อยหนึ่งปีระหว่างปี 2026 ถึง 2030 จะมีอุณหภูมิสูงกว่าปี 2024 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา มหาสมุทรทั่วโลกมีอุณหภูมิร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอีก

คลิกอ่าน
>>> นักวิทย์ฯ เผย "มิถุนายน 2026" มหาสมุทรทั่วโลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

แผนภาพแสดงสมดุลและความไม่สมดุลของพลังงานบนโลก / ภาพ : wmo.int
นอกจากนี้ยังพบว่า มีความเป็นไปได้ 91 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกจะสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมเป็นการชั่วคราวอย่างน้อยหนึ่งปีในอีกห้าปีข้างหน้า

การคาดการณ์สภาพอากาศในครั้งนี้ เน้นย้ำถึงอัตราเร่งของภาวะโลกร้อนและความถี่ที่เพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ความร้อนจัด ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิโลกเฉลี่ยรายปีระหว่างปี 2026 ถึง 2030 จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 1850 - 1900 ประมาณ 1.3 องศาเซลเซียส ถึง 1.9 องศาเซลเซียส รายงานระบุว่ายังมีโอกาส 75 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตลอดช่วงห้าปีจะเกิน 1.5 องศาเซลเซียส มีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปลายปี 2026 จะเพิ่มโอกาสให้ปี 2027 จะเป็นปีที่ทำลายสถิติอีกครั้ง

ความผิดปกติของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกรายปีเมื่อเทียบกับฐานก่อนยุคอุตสาหกรรม (ค.ศ. 1850–1900) / ภาพ : wmo.int
การคาดการณ์นี้ยังได้เผยว่า ภูมิอาร์กติกหรือที่รู้จักกันว่าเป็นพื้นที่“ขั้วโลกเหนือ” จะเป็นพื้นที่ที่ร้อนขึ้นเร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ ของโลก และกำลังสร้างความกังวลอย่างมาก อุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนืออีก 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 1991 - 2020 ถึง 2.8 องศาเซลเซียส ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยการเพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกันถึงสามเท่าครึ่ง นักวิทยาศาสตร์ยังคาดการณ์ว่าน้ำแข็งทะเลในอาร์กติกจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทะเลบาเรนต์ ทะเลเบริง และทะเลโอคอตสก์ การสูญเสียน้ำแข็งทะเลมีความสำคัญเพราะมันเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนโดยลดความสามารถของอาร์กติกในการสะท้อนแสงแดด ขณะเดียวกันก็รบกวนระบบนิเวศ รูปแบบสภาพอากาศ และวิถีชีวิตในภูมิภาคขั้วโลก

นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุว่า แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นวัฏจักร แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อน จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกกำลังเข้าสู่จุดอันตราย และเร่งให้ภัยธรรมชาติต่างๆ เกิดบ่อยและหนักขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก เช่น ภัยแล้ง ไฟป่า คลื่นความร้อน พายุหมุนเขตร้อนกำลังแรง น้ำท่วม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรที่เป็นอาหารหลักสำคัญของผู้คนทั่วโลก ทำให้ปี 2026 นี้เป็นอีกปีที่หลายประเทศต้องรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากกว่าที่เคย

ปริมาณความร้อนเฉลี่ยทั่วโลกในมหาสมุทรที่ระดับความลึกถึง 2,000 เมตร ในช่วงปี 1960 – 2025 / ภาพ : wmo.int
ข้อมูล - รูปอ้างอิง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

- news.un.org (Global temperatures set to stay near record levels: UN weather agency)
- wmo.int
(Earth’s climate swings increasingly out of balance)