ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่ยอมปั๊มหัวใจเหยื่อไฟไหม้ผับ ทั้งที่รุ่นพี่ยืนร้องไห้อ้อนวอนอยู่ตรงหน้า?" กลายเป็นประเด็นสุดบีบหัวใจที่หลายคนตั้งคำถาม ล่าสุดเพจการแพทย์ชื่อดังได้ออกมาอธิบายความจริงเบื้องหลังการคลุมผ้าขาวว่า นี่คือการบริหารจัดการ 'อุบัติภัยหมู่' ที่ทีมแพทย์จำเป็นต้อง 'ใจแข็ง' งดทำ CPR ผู้ที่ไร้สัญญาณชีพ เพื่อทุ่มเทเวลาและทรัพยากรทั้งหมดไปยื้อชีวิตผู้บาดเจ็บวิกฤตที่ยังมีโอกาสรอดให้ได้มากที่สุด
จากกรณี น.ส.อุษา ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง เปิดเผยนาทีรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดจากการเดินออกไปสูบบุหรี่หน้าร้านก่อนเกิดระเบิดและไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามพังกระจกเพื่อกลับเข้าไปช่วยเพื่อนแต่ไม่สามารถฝ่าความร้อนเข้าไปได้ โดยยืนยันว่าไร้เสียงสัญญาณเตือนภัยและไม่เคยเห็นป้ายหนีไฟ โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้เธอสูญเสียรุ่นน้องคนสนิทที่เป็นสามีภรรยากัน 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจอย่างหนักคือวินาทีที่เจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาและตัดสินใจยุติการทำ CPR โดยนำผ้าขาวคลุมร่างทันทีต่อหน้าต่อตาแม้เธอจะอ้อนวอนขอให้ช่วยปั๊มหัวใจก็ตาม ทิ้งไว้เพียงความร้าวรานใจและภาพถ่ายหมู่ใบสุดท้ายที่เพิ่งถ่ายร่วมกันก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่นาที
ล่าสุด วันนี้ (13 ก.ค.) เพจ "Remrin" ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย พร้อมอธิบายหลักการแพทย์ในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อยืนยันว่า การที่เจ้าหน้าที่งดทำ CPR ผู้ที่ไม่มีสัญญาณชีพแล้วนั้นเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดตามหลักการจัดการอุบัติภัยหมู่ (Mass Casualty Incident) ซึ่งในภาวะที่ทรัพยากรและบุคลากรทางการแพทย์มีจำกัด ระบบการคัดกรองผู้ป่วย (Triage) จะถูกนำมาใช้เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างสูงสุด
โดยทีมแพทย์จะต้องทุ่มเทสรรพกำลังไปช่วยชีวิตผู้ป่วยกลุ่มสีแดง (วิกฤตแต่มีโอกาสรอด) เป็นอันดับแรก เพราะการระดมทีมงานไปกู้ชีพผู้ป่วยกลุ่มสีดำ (ไม่มีสัญญาณชีพ) ซึ่งต้องใช้เวลาและบุคลากรจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบโดยตรงให้ผู้ป่วยวิกฤตรายอื่นต้องรอคอยจนเสียชีวิตตามไปเป็นจำนวนมาก การตัดสินใจงดปั๊มหัวใจในกรณีนี้จึงไม่ใช่การละทิ้ง แต่เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ที่จำเป็นเพื่อรักษาชีวิตผู้ที่ยังมีโอกาสรอดให้ได้จำนวนมากที่สุดภายใต้สถานการณ์อันจำกัด

