ปธ.กมธ.การตำรวจ ขยับสอบโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว คร่าแล้ว 27 ศพ จ่อเรียก ผบ.ตร. - กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจงทุกปม ไล่ต้นตอสางเอาผิดทั้งหมด พร้อมเร่งวางมาตรการป้องกันระยะยาว และเยียวยาเหยื่อผู้สูญเสียถึงที่สุด
เมื่อวันที่ (13 กรกฎาคม) นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารกึ่งผับย่านโรงเบียร์ ถนนลาดพร้าว ซอย 1 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 12 กรกฎาคม จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย ว่า
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และมองว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนบทเรียนซ้ำรอยจากเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับเมื่อปี 2552 และเมาน์เทน บี จังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2565
นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า กมธ.ตำรวจฯจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระสำคัญ โดยเตรียมเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือผู้แทน พร้อมพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงความคืบหน้าของการดำเนินคดี เพื่อติดตามการรวบรวมพยานหลักฐาน การพิสูจน์สาเหตุของเพลิงไหม้ ตลอดจนกำชับให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถนำตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ กมธ.จะตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งการอนุญาตเปิดสถานบริการ การควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคาร ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ทางหนีไฟ และโครงสร้างอาคาร รวมถึงตรวจสอบว่ามีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่รายใดละเลยต่อหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่หรือไม่ พร้อมทั้งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่น มาร่วมกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
ประธาน กมธ.การตำรวจ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบ จะเชิญกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเข้าชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
ก่อนที่คณะกรรมาธิการจะสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมด จัดทำรายงานพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ควบคู่กับประสานการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดและผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างถึงที่สุด

