xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตคลองเขาตะเกียบ! ชาวประมงผวา “ปลาหมอคางดำ” ระบาดหนัก พบพ่อปลาอมไข่นับร้อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประจวบคีรีขันธ์ - ชาวประมงพื้นบ้านคลองเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร้องขอกรมประมงเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำแพร่ระบาด หลังพบทั้งลูกปลาและพ่อปลาอมไข่กว่า 100-200 ฟองต่อตัว หวั่นขยายพันธุ์ลงทะเล กระทบระบบนิเวศและสัตว์น้ำเศรษฐกิจ

วันนี้ ( 13 ก.ค.) ชาวประมงพื้นบ้านคลองเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ภายในคลองเขาตะเกียบ ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อกับทะเลหัวหิน หลังพบจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หวั่นส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์น้ำพื้นถิ่น และสัตว์น้ำเศรษฐกิจในทะเล

นายจอมขวัญ ลิ้มเนี่ยตี๋ หรือ “ไต๋ขวัญ” ชาวประมงพื้นบ้านคลองเขาตะเกียบ พร้อมกลุ่มชาวประมงในพื้นที่ ซึ่งติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่ปี 2567 ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจบริเวณคลองเขาตะเกียบ โดยทดลองใช้แหทอดจับปลาทั้งบริเวณจุดจอดเรือประมงและช่วงด้านในคลอง

ผลการสำรวจพบปลาหมอคางดำจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และตัวเต็มวัย โดยปลาที่จับได้หลายตัวเป็นพ่อแม่พันธุ์ในช่วงขยายพันธุ์ มีขนาดเต็มฝ่ามือ เมื่อตรวจสอบปลาตัวผู้พบว่าหลายตัวอมไข่อยู่ภายในปากจำนวนมาก คาดว่ามีประมาณ 100-200 ฟองต่อปลา 1 ตัว ขณะที่บางตัวพบลูกปลาใกล้ออกจากปากแล้ว สะท้อนให้เห็นว่ามีการแพร่ขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องภายในคลอง

ไต๋ขวัญ กล่าวว่า ลูกปลาที่ฟักออกจากปากพ่อปลาจะเจริญเติบโตอยู่ภายในคลอง ก่อนขยายออกไปยังพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับทะเลหัวหิน จึงกังวลว่าหากไม่มีมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง จะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่น ระบบนิเวศ และทรัพยากรทางทะเลในอนาคต

นอกจากนี้ ยังพบว่าสัตว์น้ำพื้นถิ่น เช่น ปลาตีน และปูก้ามดาบ ซึ่งเคยอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง ลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สัตว์น้ำชนิดอื่นจำนวนมากถูกปลาหมอคางดำกินเป็นอาหาร ส่งผลให้ระบบนิเวศในคลองเปลี่ยนแปลง และกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน

ไต๋ขวัญ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 กรมประมงเคยสนับสนุนการจัดกิจกรรมกำจัดปลาหมอคางดำตลอดแนวคลอง ทั้งจัดหาอุปกรณ์และรับซื้อปลาที่ชาวประมงจับได้ แต่หลังจากนั้นการดำเนินงานไม่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดกลับรุนแรงขึ้น

ชาวประมงจึงเรียกร้องให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนอุปกรณ์จับปลา และพิจารณารื้อฟื้นโครงการรับซื้อปลาหมอคางดำ เพื่อลดจำนวนประชากรปลาชนิดดังกล่าว ก่อนจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในระยะยาว