เพจ “Fire & Rescue Thailand” ชี้ 'พลศาสตร์อัคคีภัย' คือกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอดและควบคุมสถานการณ์ พร้อมเตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่ให้ระวัง 3 ปรากฏการณ์เพลิงไหม้ขั้นวิกฤต ที่เปลี่ยนจากไฟกองเล็กให้กลายเป็นทะเลเพลิงได้ในพริบตา ย้ำชัด! การอ่านสัญญาณเตือนทางกายภาพให้ขาด คือหัวใจสูงสุดในการประเมินความเสี่ยง
วันนี้ (13 ก.ค.) เพจ “Fire & Rescue Thailand” ออกมาโพสต์ข้อความ ชี้ ลักษณะการเผาไหม้เป็นตัวบ่งชี้ทางพลศาสตร์ของอัคคีภัย (Fire Dynamics) ที่ช่วยให้เราประเมินกลไกและระดับความอันตรายของสถานการณ์ ณ ขณะนั้นได้อย่างแม่นยำ
โดย Backdraft คือการปะทุอย่างรุนแรงเมื่อพื้นที่ปิดทึบที่ขาดออกซิเจนและสะสมก๊าซเชื้อเพลิงจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ได้รับอากาศภายนอกเข้าไปอย่างกะทันหัน Flashover คือจุดวิกฤตที่ความร้อนสะสมบริเวณฝ้าเพดานแผ่รังสีลงมาจนวัสดุในห้องคายไอและลุกติดไฟพร้อมกัน เปลี่ยนจากเพลิงไหม้เฉพาะจุดเป็นเพลิงไหม้เต็มพื้นที่อย่างฉับพลัน ส่วน Jet Fire เป็นเปลวไฟพุ่งเป็นลำจากการรั่วไหลของเชื้อเพลิงภายใต้แรงดันสูง ซึ่งมีอันตรายวิกฤตจากการแผ่รังสีความร้อนที่สามารถทำลายโครงสร้างหรือถังข้างเคียงได้ การอ่านและวิเคราะห์สัญญาณเตือนทางกายภาพเหล่านี้ได้อย่างขาดลอย จึงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดกลยุทธ์เข้าควบคุมเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความอธิบายอย่างละเอียดว่า
“ลักษณะการไหม้บอกอะไรเราได้บ้าง
🔥 #Backdraft
ลำดับการเกิดคือ ไฟไหม้ → ห้องปิด → O₂ ลดลง → การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ → แก๊สเชื้อเพลิงสะสม → เปิดประตู/หน้าต่าง → O₂ ไหลเข้า → เกิดการเผาไหม้รุนแรง
สัญญาณเตือน: ควันหนาเข้มไหลเป็นจังหวะ ควันดันออกตามรอยแยก กระจกมีคราบเขม่า เปลวไฟน้อยหรือมองไม่เห็น และอากาศอาจถูกดูดเข้าช่องเปิด
⚠️ : ปัญหาหลักไม่ใช่แค่ความร้อน แต่คือ ส่วนผสมของเชื้อเพลิงกับออกซิเจนเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงที่ติดไฟได้
🔥 #Flashover
ลำดับคือ ไฟเริ่มต้น → ความร้อนเพิ่ม → ชั้นควันร้อนสะสมด้านบน → แผ่รังสีความร้อนลงด้านล่าง → วัสดุคายไอเชื้อเพลิง → เกิดการติดไฟทั่วห้อง
สัญญาณเตือน: อุณหภูมิเพิ่มอย่างรวดเร็ว ชั้นควันลดต่ำลง เกิด rollover/flameover บริเวณชั้นควัน และความร้อนรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
⚠️ : เป็นการเปลี่ยนจาก ไฟเฉพาะจุด (localized fire) ไปสู่ เพลิงไหม้เต็มพื้นที่ (fully developed fire)
🔥 #Jet Fire
ลำดับคือ ถังหรือท่อมีแรงดัน → เกิดการรั่ว → เชื้อเพลิงพุ่งออก → ผสมกับอากาศ → พบแหล่งจุดติด → เปลวไฟพุ่งเป็นลำ
ตัวอย่างเช่น LPG, Hydrogen หรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนในระบบอุตสาหกรรม
⚠️ : ความรุนแรงขึ้นกับ แรงดัน ขนาดรูรั่ว ชนิดเชื้อเพลิง และทิศทางของเจ็ต จุดอันตรายสำคัญคือการแผ่รังสีความร้อนและเปลวไฟที่พุ่งกระทบถังหรือโครงสร้างข้างเคียง“

