นักการเมืองชี้คดีฮั้ว สว. ร้ายแรงกว่าแค่โกงเลือกตั้ง แต่คือแผนรวบอำนาจเบ็ดเสร็จระยะยาวผ่านองค์กรอิสระ หวังผูกขาดอำนาจรัฐไม่ต่างเผด็จการโดยทุน จี้ กกต. เปิดหีบพิสูจน์ความจริงก่อนประชาธิปไตยพัง
คดีตรวจสอบการได้มาซึ่งส.ว.ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตา ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกส.ว. ซึ่งถูกมองว่าไม่ได้เป็นเพียงการทุจริตเลือกตั้ง แต่เป็นปัญหาที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างอำนาจของประเทศ เนื่องจากวุฒิสภามีบทบาทในการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายแห่ง ทำให้มีการเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส รวมถึงเปิดหีบบัตรลงคะแนนเพื่อนำหลักฐานมาพิสูจน์ข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นในเวทีเสวนา "ครบรอบ 2 ปี การเลือก ส.ว. : ปัญหาที่ยังค้างคา" ที่จัดโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โดยมีนักการเมืองและอดีตสมาชิกวุฒิสภาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก ส.ว.
พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากตีความสั้นๆ คือระบอบรัฐสภา ซึ่งรัฐสภาในปัจจุบันมีอยู่ 4 อย่าง คือ 1.รัฐธรรมนูญ 2.รัฐบาล 3. รัฐสภา และรัฐที่ 4 คือรัฐที่ตนคิดมาเองคือ “รัฐอิสระ” ซึ่งมีหมวดศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระ และหมวดของอัยการ รวมถึงประธานศาลปกครองสูงสุดที่ต้องผ่าน สว. ทั้งหมด สว. จะเป็นคนคุมอำนาจของรัฐอิสระ จึงเกิดความคิดว่าถ้ายึดตรงนี้ได้ฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง คือ รัฐบาล จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถูกส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งไปที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็สามารถสั่งได้
พล.ต.อ.ทวี ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ขอให้ กกต. รับฟังเพราะเป็นโอกาสและความท้าทาย กกต. ควรทำความสะอาดประเทศไทย เรื่องการเลือกตั้งดังนั้นขอให้เปิดหีบบัตร ตนเชื่อว่า ใช้เวลาแค่ครึ่งวันในการที่จะใช้นักคณิตศาสตร์พิสูจน์ตัวเลขที่เรียงกันเหมือนกัน 5 ตัว โดยพิสูจน์ทั้งกลุ่มที่ลงคะแนนตอนเช้าและตอนบ่าย เพราะเลือกตั้งท้องถิ่นยังสามารถเปิดหีบได้
ด้าน นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว. กล่าวเช่นกันว่า มูลเหตุจูงใจในการทำเรื่องนี้ชัดเจน เพราะเมื่อได้ ส.ว.ก็จะกลับมาด้วยองค์กรอิสระ และไปซื้อบ้านใหญ่ ซื้อกลุ่มการเมืองเพื่อให้ได้จัดตั้งรัฐบาลในการเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และต้องอย่าลืมว่า ส.ว.ยังให้การรับรองบุคคลสำคัญทั้งอัยการสูงสุด ประธานศาลปกครอง คิดว่าเรื่องนี้มีมูลเหตุจูงใจชัดเจนว่าต้องการที่จะผูกขาดอำนาจรัฐโดยระบบทุน ไม่ต่างจากเผด็จการโดยปืน แต่นี่คือเผด็จการโดยทุน เป็นเผด็จการที่มีเครือข่ายแยบยล

