สหรัฐฯแถลงเปิดการโจมตีรอบใหม่เล่นงานอิหร่านในตอนเช้ามืดวันจันทร์(13ก.ค.) หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตอบโต้กันอย่างเดือดต่อเนื่องหลายวัน อันมีต้นตอจากประเด็นควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพอเมริกาอ้างมุ่งเน้นลดศักพภาพการโจมตีของฝ่ายเตหะราน แต่สื่อมวลชนโปรอิหร่าน ชี้ว่ามันเป็นการล็อคเป้าเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานต่างๆและแหล่งที่ตั้งทางเศรษฐกิจ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ซึ่งกำกับดูแลปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง บ่งชี้ว่าการระดมยิงรอบล่าสุด ออกแบบมาเพื่อลดทนศักยภาพการโจมตีของอิหร่าน และเน้นย้ำบทบาทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อนุมัติการโจมตี
"ณ เวลา 17.00น.ตามเวลาอีทีในวันนี้(ตรงกับเมืองไทย 04.00น.วันจันทร์) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯเริ่มทำการโจมตีเพิ่มเติมเล่นงานอิหร่าน เพื่อเดินหน้าลดขีดความสามารถของพวกเขาในการโจมตีลูกเรือพลเรือนและเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างอิสระ" กองบัญชาการกลางสหรัฐฯระบุในถ้อยแถลงสรุป "ผู้บัญชาการสูงสุด(ประธานาธิบดี) บัญชาการโจมตี เพื่อลงโทษกองกำลังอิหร่าน"
สื่อมวลชนแห่งรัฐของอิหร่านรายงานเกี่ยวกับเหตุระเบิดหลายระลอกในพื้นที่ต่างๆใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ในั้นรวมถึงเมืองซิริค, เกาะเกชม์, เมืองจาสก์ และพื้นที่ทางตะวันตกของบันดาร์ อับบาส อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดฮอร์มอซกัน ซึ่งมีเขตแดนติดกับช่องแคบ เผยว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพลเรือน
การโจมตีในวันอาทิตย์(ตรงกับเมืองไทยเช้าวันจันทร์) ถือการยกระดับการสู้รบรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ซึ่งโหมกระพือขึ้นอีกรอบในวันที่ 7 กรกฏาคม โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพียงสัปดาห์เดียว ได้มีปฏิบัติการโจมตีไปแล้ว 3 รอบ ในนั้นรวมถึงคืนวันเสาร์(11ก.ค.) ที่ทางกองบัญชาการกลางสหรัฐฯอ้างว่าได้เล่นงานเป้าหมายทางทหารต่างๆของอิหร่านไปราวๆ 140 แห่ง
รายงานข่าวระบุว่าเป้าหมายต่างๆนานาเหล่านั้น รวมไปถึงที่ตั้งสำหรับโดรน, ขีปนาวุธ, กระสุน, ปฏิบัติการสอดแนมและปฏิบัติการทางทะเลของอิหร่าน ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีกลับเล่นงานที่ตั้งทางทหารทั้งหลายของอเมริกาทั่วตะวันออกกลาง ในนั้นรวมถึงที่ตั้งทางทหารในจอร์แดน, บาห์เรน, คูเวต, กาตาร์และโอมาน
ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นล่าสุด กำลังบ่อนทำลายข้อตกลงชั่วคราวระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน ที่มีเป้าหมายยุติความขัดแย้ง ซึ่งก่อคลื่นความช็อคแก่เศรษฐกิจโลก นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
การปิดน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ถือเป็นสถานการณ์ทวีความร้อนแรงล่าสุดในเหตุพิพาทหนึ่งๆ ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางข้อตกลงขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
เตหะรานยืนกรานว่าพวกเขาจะเป็นผู้กำหนดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนทางสหรัฐฯเรียกร้องปลดข้อจำกัดการเดินเรือผ่านเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวอันสำคัญแห่งนี้ ที่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของอุปทานโลก
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ระบุในวันอาทิตย์(12ก.ค.) ว่าพวกเขาโจมตีและหยุดเรือลำหนึ่งที่เพิกเฉยต่อคำสั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ใช้เส้นทางการเดินเรือที่ได้รับการอนุมัติเท่านั้น "ตามหลังเหตุการณ์นี้ ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมและจนกว่าการแทรกแซงในภูมิภาคแห่งนี้ของอเมริกาจะจบลง ไม่ม่เรือลำไหนจะได้รับอนุญาตให้ล่องผ่าน"
อย่างไรก็ตามกองบัญชาการกลางสหรัฐฯตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ เขียนว่าช่องแคบแห่งนี้ "เปิดกว้างสำหรับเรือทุกลำที่หาทางล่องผ่านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย" พร้อมระบุกองกำลังอเมริกาประจำการและพร้อมรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือ และยืนกราน "อิหร่านไม่ได้ควบคุมช่องแคบ กระแสการจราจรกำลังไหล"
ท่ามกลางเหตุปะทะรอบใหม่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนานหลายวัน สำนักข่าวอัลมายาดีน สื่อมวลชนเลบานอน ที่โปรอิหร่าน อ้างผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงเตหะราน ระบุปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอเมริกา เล็งเป้าเล่นงานเส้นทางการขนส่งทางยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ และแหล่งที่ตั้งทางเศรษฐกิจหลักๆ ทั่วอิหร่าน
การโจมตีเล็งเป้าเล่นงานท่าเรือทางยุทธศาสตร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชาบาฮาร์และบันดาร์ อับบาส ซึ่งมีบทบาทสำคัญในด้านการค้าและกิจกรรมทางทะเลของอิหร่าน ผู้สื่อข่าวระบุว่าเมืองท่าชาบาฮาร์ มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อทางการค้ากับปากีสถานและจีน
นอกจากนี้แล้วยังมีรายงานการโจมตีเล่นงานศูนย์การสื่อสารในจังหวัดฮอร์มอซกัน ทำเลที่มองเห็นช่องแคบฮอร์มุซและทะเลโอมาน ขณะเดียวกันรายงานข่าวยังบ่งชี้ว่ามีการโจมตีในเมืองอาห์วาซและมาห์ชาห์ร ในจังหวัดคูเซสถาน อันเป็นที่ตั้งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสำคัญๆ เช่นเดียวกับเป็นที่ตั้งของเขตอุตสาหกรรมและโซนเศรษฐกิจ
(ที่มา:อัลมายาดีน/อัลจาซีราห์)

