xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ปลุกชีพสนามม้าโคราชร้าง7ปี เป็นศูนย์ฝึกซ้อม-ทดสอบม้ามาตรฐาน เผยสมาคมฯทุ่มงบเอง หวังก้าวสู่ศูนย์กลาง“อุตฯม้า”ไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ปลุกชีพสนามแข่งม้าโคราชถูกปล่อยร้างมานานกว่า 7 ปี ให้กลับมาเป็นศูนย์ฝึกซ้อมและทดสอบม้ามาตรฐาน เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมม้าไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและหวังยกระดับโคราชก้าวสู่การเป็น “เมืองม้า” หรือ ศูนย์กลางอุตฯม้าของประเทศไทย ทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว สุขภาพ และ Wellness เผยสมาคมม้าแข่งฯทุ่มงบฯเอง พร้อมดึงนักลงทุนต่างชาติ ย้ำไม่ใช่สนามแข่งม้าการพนัน

วันนี้ ( 11 ก.ค.62 ) นายสุนทร แพงไพรี นายกสมาคมม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการปรับปรุงสนามม้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า สมาคมมีเป้าหมายฟื้นฟูสนามม้าที่ถูกปล่อยร้าง มานานกว่า 7 ปี ให้กลับมาเป็นศูนย์ฝึกซ้อมและทดสอบม้ามาตรฐาน เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมม้าไทย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็น “เมืองม้า” ของประเทศไทย


ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนภาครัฐในการอนุรักษ์และพัฒนาอุตสาหกรรมม้าไทย เพราะถือว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยได้ประสานขอใช้พื้นที่สนามม้าเดิมที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้งาน แต่ถูกทิ้งร้างหลังยุติการแข่งขันมานานกว่า 7 ปี เพื่อปรับปรุงเป็นสนามฝึกซ้อมและสนามทดสอบม้ามาตรฐาน โดยใช้งบประมาณของสมาคมฯ ทั้งหมด ไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ และเพียงขอรับการอำนวยความสะดวกจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กองทัพภาคที่ 2

เนื่องจากปัจจุบัน อุตสาหกรรมม้าไทยอยู่ในภาวะถดถอย จากเดิมประเทศไทยเคยมีฟาร์มม้า เกือบ 20 แห่ง แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2-3 แห่งเท่านั้น ขณะที่ในจังหวัดนครราชสีมา ยังมีม้ากว่า 200 ตัว ที่ขาดสนามฝึกซ้อมและทดสอบมาตรฐาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเสียโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและดึงดูดม้าจากต่างประเทศเข้ามาฝึกซ้อม หรือแลกเปลี่ยนทางการค้า


สมาคมฯ จึงตั้งเป้าพัฒนาสนามแห่งนี้ ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมม้าของประเทศไทย เชื่อมโยงเศรษฐกิจในหลายมิติ ทั้ง ฟาร์มม้า โรงแรม ร้านค้า การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในรูปแบบห่วงโซ่อุปทาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมา แต่เนื่องจากคนจำนวนมากในสังคมยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า อุตสาหกรรมม้าแข่งเกี่ยวข้องกับการพนัน ทั้งที่แท้จริงม้ายังสามารถสร้างประโยชน์ได้อีกหลายด้าน ทั้งการอนุรักษ์สายพันธุ์ การท่องเที่ยว การกีฬา และการนำม้าปลดระวาง มาใช้ในกิจกรรมอาชาบำบัด (Horse Therapy) สำหรับเด็กออทิสติก และผู้มีความต้องการพิเศษ ซึ่งปัจจุบัน ผู้ปกครองต้องพาเด็กเดินทางไปรับบริการอาชาบำบัดในต่างจังหวัด ต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละกว่าพันบาท หากจังหวัดนครราชสีมา มี “ศูนย์อาชาบำบัด” สมาชิกก็สามารถนำเด็กมาใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากม้าเพื่อสังคมอย่างแท้จริง


สำหรับข้อกังวลว่า การปรับปรุงสนามม้าจะนำไปสู่การกลับมาเปิดสนามแข่งขันเชิงพาณิชย์นั้น ตนยืนยันว่า สนามแห่งนี้มีวัตถุประสงค์เป็นเพียงสนามฝึกซ้อมและทดสอบม้า เปรียบเสมือนสนามซ้อมของนักกีฬา ไม่ใช่สนามแข่งขันเพื่อการพนันหรือธุรกิจเชิงพาณิชย์ โดยม้าแข่งแต่ละตัวมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีลู่วิ่งที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของม้าและผู้ขี่ รวมถึง สร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของม้าและนักลงทุนจากต่างประเทศด้วย


ขณะนี้ทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพฯ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังร่วมกันผลักดันให้ จังหวัดนครราชสีมาเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมม้าของประเทศไทย” ทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว สุขภาพ และ Wellness พร้อมพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นแลนด์มาร์กด้านการออกกำลังกายและการพักผ่อนของประชาชน โดยคาดว่า การปรับปรุงสนามจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนปรับสภาพพื้นที่ กำจัดวัชพืช และเติมทรายมาตรฐานสำหรับการฝึกซ้อมม้าต่อไป





นายสุนทร แพงไพรี นายกสมาคมม้าแข่งจ.นครราชสีมา