ศัลยแพทย์มือดีแห่ง รพ.อุดรธานี ทุ่มเทไปเรียนรู้เพื่อเปิดศูนย์ผ่าตัดโรคอ้วน หวังให้คนท้องถิ่นไม่ต้องเดินทางไกล แต่สุดท้ายกลับต้องมานั่งปวดหัวทำเอกสารเบิกจ่าย สปสช. เองจนคิวดีเลย์ ซ้ำร้ายยังโดนคนไข้ชี้หน้าด่า 'ไม่ทำงาน' จนฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น ประกาศยกเลิกคิวผ่าตัดโรคอ้วนทั้งหมด ขอกลับไปผ่าตัดทั่วไปเหมือนเดิม ล่าสุดเพจแพทย์ดังร่วมผสมโรง ชี้เป้าปัญหา สปสช. คือต้นตอที่แท้จริง
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้ใเฟซบุ๊ก "ธนากร อุดรธานี" ศัลยแพทย์ชื่อดังประจำโรงพยาบาลอุดรธานี ออกมาโพสต์ข้อความประกาศยกเลิกคิวผ่าตัดผู้ป่วยโรคอ้วนในความดูแลทั้งหมด โดยแนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อขอรับประวัติเพื่อไปดำเนินการรักษาต่อที่อื่น สาเหตุหลักเกิดจากปัญหาข้อจำกัดทางงบประมาณของโรงพยาบาลที่ส่งผลให้แพทย์ต้องรับภาระจัดการเอกสารประเมินสิทธิเบิกจ่าย สปสช. ด้วยตนเองจนเกิดความล่าช้า เมื่อประกอบกับความไม่เข้าใจของผู้ป่วยที่กล่าวโทษว่าแพทย์ละทิ้งการทำงาน จึงนำไปสู่ความหมดกำลังใจที่จะพัฒนาระบบบริการเฉพาะทางนี้ต่อ และตัดสินใจยุติบทบาทเพื่อกลับไปมุ่งเน้นการปฏิบัติงานด้านศัลยกรรมทั่วไปและการส่องกล้องคัดกรองมะเร็งตามปกติดังเดิม ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"วันนี้ก็มาถึงจริงๆ ขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะครับ คนไข้โรคอ้วนที่รอผ่าตัดเคสผมที่โรงพยาบาลอุดรธานี ยกเลิกผ่าตัดทุกเคสนะครับ คนไข้สามารถมาขอเอกสารเดิมที่ตรวจไว้ ไปตรวจต่อที่สถานพยาบาลอื่นได้ ส่วนคนที่ส่งประเมินผ่าแล้ว สามารถขอปรึกษาแพทย์ท่านอื่นเพื่อผ่าตัดได้ ความตั้งใจเดิมของผมที่ผ่านมา เราไปดูงาน อบรม เรียนรู้เพื่อกลับมาพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล เพื่อให้คนไข้บ้านเราไม่ต้องเดินทางไกล เพื่อไปรักษาที่อื่น
จนผ่านการประเมินให้ผ่าตัดได้ และเราก็ผ่ามาแล้ว 2-3ร้อยรายไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา แต่พอโรงพยาบาลขาดทุน ไม่ได้งบสนับสนุนตามที่ควรจะได้ ก็ต้องมีการส่งประเมินก่อนผ่าตัดทุกราย ไม่งั้นโรงพยาบาลจะเบิกเงินจาก สปสช.ไม่ได้ ผมกับเพื่อนอีกคน ก็ยังต้องดิ้นรนเพื่อไปหาข้อมูล การส่งประเมิน เก็บรวบรวมเอกสาร เพื่อส่งประเมินคนไข้กันเอง ทั้งที่โรงพยาบาบที่อื่น มีเจ้าหน้าที่ทำให้ หมอไม่ต้องมาทำเอง
สุดท้ายคนไข้ก็ไปด่าผม ว่าผมไม่ทำงานบ้างหล่ะ รอนานก็ไม่ได้ผ่า ก็มันยังไม่ผ่านการประเมิน มันก็ผ่าไม่ได้ วันนี้ความตั้งใจที่มีมันหมดลงไปแล้วครับ กรุณารับผิดชอบกับคำพูดของพวกคุณเอง ผมก็เหนื่อยที่จะมาอธิบายว่างานผมทำอะไรบ้าง กลับมาผ่าตัดไส้เลื่อน มะเร็งลำไส้ ส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้เหมือนเดิม จะได้รู้ว่าสิ่งที่พยายามทำเพื่อคนไข้มา เค้าบอกกับคุณแค่ว่าคุณไม่ทำงาน เหนื่อยก็พอครับ โชคดีครับ"
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน เพจ "Remrin" บุคลากรทางการแพทย์ ได้แชร์โพสต์ของ นพ.ธนากร วรรณกุล พร้อมระบุข้อความว่าไปอีก 1 ล่ะ นั่นแหละ ปัญหาหลัก ๆ
1.สปสช. ไม่จ่ายตั้งเงื่อนไขนู่นนี่สารพัด ถ้าเบิกไม่ได้ก็ไม่มีงบจะผ่าก็ไม่ได้ สปสช.หาข้ออ้างสารพัดให้จ่ายเงินรพ.ยากที่สุด ทำให้แพทย์โดนบีบทุกทาง พยายามทำทุกอย่างตามที่าปสช.สั่ง สุดท้ายก็คุมกฎเองเปลี่ยนเองดื้อ ๆ บางครั้งสปสช.เป็นลูกหนี้รพ.อยู่ดี ๆ ไปบิดกฎซะจนรพ.กลายเป็นลูกหนี้แทนเฉย เพราะงั้นฝากคนไข้ด่าให้ถูกคน ไม่ใช่ไปด่าหมอที่ตั้งใจทำงาน
2. คนไข้ที่ต้องผ่ากี่คน หมอวันนึงพยายามเต็มที่ผ่าได้ 3-5 เคส กว่าจะเตรียมทีมทั้งดมยา สครับเนิร์ส เจ้าหน้าที่อื่น ๆ เตรียมห้องผ่าตัด เตรียมคนไข้ เพื่อผ่าคนนึงไม่ง่ายนะ สมมติมีคนไข้จำเป็นต้องผ่ารอคิวอยู่ 1000 คน คิดกว่ากว่าจะถึงคิวต้องรอกี่วัน ไม่ใช่หมออู้ ดองเคส แต่คนไข้ที่ต้องผ่ามันมหาศาล แต่หมอผ่าได้วันนึงไม่กี่เคส คือผ่าตัดเคสนึง มันไม่ใช่เหมือนออกตรวจผู้ป่วยนอกนะ ที่วันนึงตรวจได้เป็น 100 ยิ่งผ่าบางเคสนี่หลายชั่วโมงมาก ผ่าแทบข้ามวัน ผ่าเสร็จเคสเดียวหมอแทบสลบ

