xs
xsm
sm
md
lg

กรมอุทยานฯ เดินหน้าล้างบางนายทุนรุกอุทยานสิรินาถ จ.ภูเก็ต ประกาศสั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างโรงแรม-วิลล่าหรู ออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภูเก็ต – กรมอุทยานฯ เดินหน้าทวงคืนพื้นที่อุทยานสิรินาถ จ.ภุูเก็ต ล้างบางนายทุนรุกป่า ติดประกาศสั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างโรงแรมหรูหาดในทอน เนื้อที่ 13 ไร่ ภายใน 15 ส.ค.นี้ และให้ผู้บุกรุกสร้างวิลล่าหรูบริเวณหาดรายันออกจากพื้นที่จากพื้นที่ภายใน 15 วัน หลังสิ้นสุดคดี


เมื่อเวลา 12.30 น.วันนี้ (10 ก.ค..69) ห้องประชุมสถาบันประชารัฐพิทักษ์ทะเล อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลตำรวจโท อิทธิพร โพธิ์ทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยมิชอบและการบังคับคดีในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ


ต่อจากนั้นได้ลงพื้นที่ปักป้ายประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในโรงแรมดังหาดในทอนและหาดรายัน ซึ่งการลงพื้นที่ปักป้ายประกาศฯนั้น มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง


พล.ต.ต. สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มงวด โดยยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมเร่งรัดการบังคับคดีในพื้นที่ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เพื่อทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนสู่แผ่นดิน โดยยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มทุนรายใด
.


ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ขณะนี้มีคดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถที่อยู่ระหว่างเร่งรัด 6 คดี โดย 2 คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดประกาศบังคับคดี ให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากพื้นที่ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่ปฏิบัติตามจะเข้าดำเนินการรื้อถอนทันที

คดีแรก เป็นโรงแรมและวิลล่า ในพื้นที่หาดในทอน ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่กว่า 13 ไร่ โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) พร้อมสั่งขับไล่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หลังตรวจพบมีโรงแรมและวิลล่าหรูรวม 39 หลัง ปัจจุบันสำนักงานที่ดินสาขาถลาง ได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้ว และอุทยานสิรินาถได้เริ่มขบวนการบังคับคดีเพื่อรื้อถอนตามคำพิพากษาภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2569


ส่วนอีกคดี อยู่ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อ.ถลาง เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “เขารวก ป่าเขาเมือง” และเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ หลังพบการนำเอกสาร ส.ค.1 ปลอม มาใช้ในการออกโฉนดแล้ว แม้ผู้ครอบครองจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่คำพิพากษาคดีขับไล่ยังมีผลบังคับใช้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดประกาศให้ดำเนินการภายใน 15 วัน หากยังเพิกเฉย จะใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 เข้ารื้อถอนและดำเนินการตามกฎหมายทันที

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังอยู่ระหว่างจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดิน เพื่อบูรณาการการตรวจสอบและเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบ รวมถึงเร่งรัดการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขยายผลตรวจสอบพื้นที่ที่อาจมีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบในพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มเติม
.


ขณะที่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่มีการปักป้ายประกาศฯทั้งสองจุดของกรมอุทยานฯ ที่ได้มาติดตามในวันนี้ เป็นพื้นที่ที่กรมที่ดินได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิแล้ว และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เข้าติดประกาศให้ผู้ครอบครองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยขออำนาจศาลเข้ารื้อถอนต่อไป รวมถึงเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจากผู้กระทำผิด

โดยได้กำชับกรมที่ดิน ให้เร่งตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยที่อาจมีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบในพื้นที่อุทยานฯ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง หากพบข้อเท็จจริงว่าการออกเอกสารสิทธิไม่ถูกต้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าพื้นที่จะมีมูลค่าการลงทุนมากน้อยเพียงใดก็ตาม