ตำรวจ สน.บางยี่เรือนำตัวผู้ต้องหาขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” ออกจากห้องขังมาทำประวัติพิมลายนิ้วมือ เตรียมส่งศาลฝากขัง ขณะลูกสาวตัวจริงหนึ่งในผู้ต้องหาเข้าเยี่ยม เผย 10 ปีก่อน พ่อถูกคนจีนหลอกเซ็นเอกสาร
จากกรณี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E.,ป.ป.ท., ปปง. และตำรวจชุดสืบสวนนครบาล เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” กวาดล้างขบวนพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ศาลได้ออกหมายจับจำนวน 40 หมาย และ 42 หมายค้น โดยกลุ่มผู้ต้องหามีเจ้าหน้าที่เขต 1 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ซึ่งพบว่ามีการขายแพ็กเกจ รับแจ้งเกิดเด็กให้ได้สัญชาติไทย ด้วยค่าตอบแทนกว่า 9 หมื่นบาท จากการขยายผลจับกุมนายเฉิน ยินไล สัญชาติจีน สแกมเมอร์ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 7 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือน เม.ย. 67 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (10 ก.ค.) ที่ สน.บางยี่เรือ พนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ทยอยนำตัว นางสาวศิริพร เจ้าหน้าที่นายทะเบียนสำนักงานเขต นายองอาจ (พ่อทิพย์) และนายประจวบ (พ่อทิพย์) ที่มีชื่อเป็นนอมินีกรรมการบริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จากคดีตึก สตง. ถล่ม และนางสาวสุนีย์ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ในคดีแจ้งเกิดเท็จสวมสัญชาติ ถูกคุมตัวออกจากห้องขังเพื่อมาทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนางสาวศิริพร ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้ชี้แจง แต่ปรากฏว่า นางสาวศิริพร ไม่ยอมพูดจาใดๆ หรือตอบคำถามกับสื่อมวลชน ซึ่งจากการสังเกตใบหน้า มีอาการเคร่งเครียด ก่อนถูกนำตัวกลับเข้าห้องคุมขัง
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวนายประจวบ ออกจากห้องคุมขัง ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายประจวบในประเด็นต่างๆ ว่า อยากชี้แจงอะไรหรือไม่ รู้จักคนจีนหรือไม่ รู้จักได้อย่างไร ทำไมถึงยอมเซ็นรับรองบุตร เซ็นไปแล้วกี่คน กรณีคดีความเก่าประเด็นตึก สตง. ถล่ม เกิดขึ้นก่อนระหว่างที่จะเป็นกรรมการ มีความกังวลหรือไม่ ทนายความสั่งห้ามพูดหรือเปล่า แต่นายประจวบไม่ได้ตอบคำถามใดๆ สื่อมวลชน เช่นเดียวกับนางสาวสุนีย์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน ที่ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ
ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีลูกสาวของนายองอาจ หนึ่งในพ่อไทยทิพย์ ที่เดินทางมาเยี่ยมพ่อ ซึ่งลูกสาวเปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว พ่อมีภรรยาใหม่ ทำงานอยู่ย่านสำเพ็ง และภรรยาก็แนะนำให้พ่อรู้จักกับ นางหลี่เหย่น คนจีน และได้มีการให้ไปเซ็นเอกสารทะเบียนสมรสกับคนจีน ซึ่งเธอไม่ทราบเหตุผลที่ไปจดทะเบียน เพราะตอนนั้นเธอยังเด็ก
จากนั้นได้มีโอกาสสอบถามพ่อ โดยพ่อบอกว่าไม่รู้ตอนนั้นภรรยาใหม่ที่เป็นคนไทย ให้ไปเซ็นทะเบียนสมรสกับสาวจีน ซึ่งพ่อไม่รู้เรื่องเอกสาร จึงเซ็นไปโดยไม่รู้ว่ามีการสอดไส้ ให้มีการเซ็นรับรองบุตรด้วยหรือไม่ และตอนนั้นพ่อได้เงินค่าเซ็นเอกสารจำนวน 2,000 บาท และเมื่อถามว่าตอนนั้นนางหลี่เหย่นท้องหรือยัง เธอบอกว่ายังไม่ได้ท้อง เพิ่งจะมาท้องเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง และหลังจากนั้นก็มีการเซ็นหย่ากับนางหลี่เหย่น ซึ่งเธอไม่รู้เหตุผลของการหย่าในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน
จนกระทั่งเกิดเรื่อง ตนจึงถามกับสาวไทยที่เป็นภรรยาของพ่อตอนนั้น ซึ่งเขาปฏิเสธว่าไม่รู้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงเดินทางมาที่ สน.บางยี่เรือ เพื่อทำเรื่องขอประกันตัวพ่อ แต่เจ้าหน้าที่ให้ไปประกันตัวในชั้นศาล
เบื้องต้นสำหรับผู้ต้องหาที่เป็น “พ่อทิพย์” ทั้งหมด ถูกแจ้งในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ และจะถูกนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชันฝากขังในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) ต่อไป

