xs
xsm
sm
md
lg

รถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน ใกล้อวสาน ซีพียื่นหนังสือขอสิ้นสุดสัญญา รฟท.เตรียมแผนรับมือผลกระทบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รถไฟไฮสปีด 3 สนามบินถึงทางตัน ซีพียื่นหนังสือขอเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการแล้ว รฟท.เร่งวางแผนรับมือผลกระทบ ชี้ชะตาเมกะโปรเจกต์และอนาคตแอร์พอร์ตลิงก์ที่แขวนบนเส้นด้าย

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หนึ่งในเมกะโปรเจกต์สำคัญของพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง หลังภาครัฐและเอกชนยังไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนได้ ขณะที่เอกชนคู่สัญญาได้ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการต่อหรือเตรียมรับมือกรณีโครงการต้องยุติลง พร้อมวางแผนดูแลผลกระทบต่อการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่เชื่อมโยงกับสัญญาฉบับดังกล่าวโดยตรง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ รฟท. ครั้งที่ 9/2569 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งเป็นผลจากการหารือร่วมกันระหว่าง รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ผู้รับสัมปทาน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้ข้อสรุปเหลือ 2 แนวทางหลัก ดังนี้

1. การเดินหน้าแก้ไขสัญญาตามแนวทางเดิมของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจร่างสัญญาเรียบร้อยแล้ว และเอกชนรับข้อสังเกตทั้ง 18 ประเด็นครบถ้วน ซึ่งขั้นตอนที่เหลือจากนี้ คือ การนำเสนอเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาของ กพอ. และ ครม. เพื่อทบทวนมติเดิมและอนุมัติร่างสัญญาฉบับแก้ไข ซึ่งเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี หากได้รับความเห็นชอบ โครงการจะสามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

2. หากไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางแรกได้ เนื่องจากไม่สามารถขอทบทวนมติครม. หรือไม่ได้รับความเห็นชอบ จะต้องพิจารณาแนวทางการสิ้นสุดสัญญา โดยเบื้องต้น รฟท. จะเสนอแนวทางแรกเข้าสู่การพิจารณาตามขั้นตอนปกติก่อน หากเอกชนยังยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินโครงการต่อได้และประสงค์ใช้สิทธิตามกฎหมาย จึงจะเข้าสู่การพิจารณาแนวทางที่สอง โดย รฟท.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ

นายอนันต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางเอกชนคู่สัญญา ได้ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญา โครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ตามเงื่อนไขสัญญา 6.2 ด้วยเหตุผลเรื่องไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และไม่พร้อมในการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) โดยเอกชนให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าหากไม่มี BOI จะกระทบต่อการจัดหาเงินกู้จากสถาบันการเงิน จึงเสนอให้มีการแก้ไขสัญญาก่อน แต่เมื่อไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด จึงตัดสินใจยื่นหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาตามเงื่อนไขดังกล่าว โดยตามสัญญาร่วมลงทุน การสิ้นสุดสัญญาแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก ได้แก่ การสิ้นสุดเมื่อครบอายุสัมปทาน 50 ปี การเลิกสัญญาในช่วงก่อนออก NTP ตามข้อ 6.2 และการบอกเลิกสัญญาจากเหตุอื่น เช่น รฟท.ผิดสัญญา เอกชนผิดสัญญา เหตุสุดวิสัย เหตุผ่อนผัน หรือกรณีที่รัฐบาลใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ

นายอนันต์ กล่าวว่า ส่วนผลกระทบต่อการให้บริการ Airport Rail Link หากมีการสิ้นสุดสัญญา กับทาง บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี.) ยอมรับว่าสถานการณ์นี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากสิทธิการบริหารเดินรถมีความเชื่อมโยงกับสัญญาหลักของโครงการรถไฟความเร็วสูง หากสัญญาหลักสิ้นสุดลง สิทธิการบริหารเดินรถของเอกชนก็จะสิ้นสุดลงตามไปด้วย ขณะที่บันทึกข้อตกลง (MOU) การบริหารเดินรถในปัจจุบันจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างการจัดทำแผนรับมือผลกระทบ เบื้องต้น รฟท. อยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกทั้งการเจรจากับเอกชนเพื่อขยายระยะเวลาบันทึกข้อตกลงให้เดินรถต่อไปอีกช่วงหนึ่ง หรือเตรียมความพร้อมให้ รฟท. กลับเข้ามาบริหารเดินรถเอง พร้อมยืนยันว่าการให้บริการประชาชนและความต่อเนื่องของการเดินทางด้วยแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะเป็นสิ่งที่ รฟท. ให้ความสำคัญสูงสุด ไม่ว่าจะเกิดผลการตัดสินใจในแนวทางใดก็ตาม