xs
xsm
sm
md
lg

อาลัย “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” แม่ทัพมาม่า ผู้สร้างตำนานธุรกิจด้วยคุณธรรมน้ำมิตร! ** พื้นที่ภาคใต้ของใครหว่า?! กก.สอบทุจริต พบหลักฐานแชตไลน์ “บิ๊ก สถ.” ฝากเด็กภาคใต้มากสุด!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พิพัฒ พะเนียงเวทย์ - อนุทิน ชาญวีรกูล - อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ - สุชาติ ตระกูลเกษมสุข
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ อาลัย “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” แม่ทัพมาม่า ผู้สร้างตำนานธุรกิจด้วยคุณธรรมน้ำมิตร!

วงการธุรกิจต้องสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้ง หลังการจากไปอย่างสงบในวัย 87 ปี ของ “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA

“พิพัฒ” ถือเป็นแม่ทัพใหญ่ของ "มาม่า" แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเบอร์หนึ่งของเมืองไทย และยังเป็นหนึ่งใน “3 ทหารเสือ" แห่งเครือสหพัฒน์” ที่คนในแวดวงธุรกิจต่างก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

หากย้อนดูเส้นทางชีวิตของ "พิพัฒ" ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุดจาก "นายห้างเทียม โชควัฒนา" ผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์ ในการส่งมอบภารกิจสำคัญให้มาดูแล และปลุกปั้นกิจการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ในยุคที่เครือสหพัฒน์สยายปีกจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ "พิพัฒ พะเนียงเวทย์" ถูกจารึกร่วมกับ "บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา" แม่ทัพใหญ่เครือสหพัฒน์ และ "อภิชาติ ธรรมมโนมัย" ผู้บุกเบิกฟาร์มเฮ้าส์ ในฐานะ “3 ทหารเสือ” ผู้ขับเคลื่อนความยิ่งใหญ่ร่วมกัน
"พิพัฒ" รับหน้าที่เป็นผู้กุมหางเสือ

นำพา“มาม่า”โลดแล่นในยุทธจักรธุรกิจกว่าครึ่งศตวรรษนับแต่จุดเริ่มต้นในปี 2515 จน เข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคทุกระดับชั้น
รากฐานความคิดและหลักบริหารของ "พิพัฒ" ส่วนหนึ่งถูกหล่อหลอมมาอย่างลงตัว จากการคว้าปริญญาตรี ด้าน Education Science จากประเทศจีน ผสมผสานกับ ปริญญาโท MBA จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้มีทั้งปรัชญาความอดทนแบบตะวันออก และหลักการบริหารสมัยใหม่แบบตะวันตกอยู่ในตัว

หากจะมองหาความแตกต่างระหว่างนักธุรกิจทั่วไปกับ "พิพัฒ" เรื่องราวที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับ "สื่อเครือผู้จัดการ" ในอดีต คือบทพิสูจน์เนื้อแท้ของ "คนจริง" ได้ดีที่สุด

ในยุคที่วิกฤตต้นทุนวัตถุดิบ ทั้งแป้งสาลีและน้ำมันปาล์ม พุ่งสูงขึ้นอย่างหนักจนบดขยี้มาร์จิ้นของธุรกิจ ในขณะที่ใครๆ ก็จ้องจะปรับขึ้นราคาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ "พิพัฒ" กลับเลือกที่จะ "ยอมหั่นกำไร" ของบริษัทลงกว่าครึ่งหนึ่ง เพื่อตรึงราคาขายไว้ ไม่ให้กระทบกระเทือนเงินในกระเป๋าของชาวบ้าน

พิพัฒ พะเนียงเวทย์
"พิพัฒ" ใช้ "ความนิ่ง" และการมองการณ์ไกลมาแก้เกมธุรกิจ โดยใช้วิธีเจรจาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้ายาวนานกว่าปกติ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อล็อกต้นทุน แทนที่จะตื่นตระหนกไปตามตลาด

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารตัวเลข แต่คือเรื่องของ "คุณธรรมน้ำมิตร" ที่มีต่อผู้บริโภคในยามยาก ซึ่งเข้ากับปรัชญาธุรกิจ 3 ประการที่ "พิพัฒ" ยึดถือมาตลอด 50 ปี นั่นคือ

1. สินค้าต้องมีคุณภาพ 2. สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และ 3. บริหารการลงทุนแบบพอเพียง ไม่ทำอะไรเกินตัว

ความเฉียบคมของ "พิพัฒ" ยังสะท้อนผ่านกลยุทธ์การพาทัพ “มาม่าโกอินเตอร์” ซึ่งสื่อเครือผู้จัดการเคยบันทึกไว้ว่า "พิพัฒ" ไม่ได้มองการไปต่างประเทศเป็นแค่การ "ส่งของไปขาย" (Export) แต่คิดไปไกลถึงขั้น "Beyond Export" คือการไปสร้างฐานการผลิตและสร้างแบรนด์ในระดับสากล บุกเบิกตลาด ตั้งแต่ทวีปแอฟริกา อย่าง กานา ไปจนถึงแถบเทือกเขาหิมาลัยใน ภูฏาน เพื่อปูทางรุกตลาดใหญ่อย่างอินเดีย โดยเปลี่ยนภาพจำจากสินค้ามวลชนในประเทศ ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียม (High Value) ที่ปรับเปลี่ยนแพกเกจจิ้ง ให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างแนบเนียน

ในแง่ของปรัชญาการใช้ชีวิตและการทำงาน "พิพัฒ" คือแบบอย่างของคำว่า "ทำให้ดูมากกว่าพูด" สิ่งที่ทายาทของ "พิพัฒ" มักจะเล่าด้วยความเคารพเสมอ คือ แม้ในวัย 87 ปี บิดาก็ยังเปี่ยมด้วยพลัง และมักจะมาทำงานเช้ากว่าลูกๆเสมอ

การจากไปของ "พิพัฒ พะเนียงเวทย์" ในครั้งนี้ มิเพียงฝากผลประกอบการที่เติบโตของอาณาจักรมาม่า หากแต่ได้ทิ้ง "ตำราเล่มใหญ่" ให้กับทั้งนักธุรกิจ และนักการเมืองในยุคปัจจุบันได้หันกลับมามองว่า การจะสร้างบารมี และการยอมรับที่แท้จริงนั้น ไม่ได้มาจากการใช้อำนาจ หรือการห้ำหั่น แข่งขันเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้น แต่มาจากการสร้าง "รากฐานที่มั่นคง" ด้วยความซื่อสัตย์ ความพอเพียง และการครองตนเป็นที่รักของทุกคน

สำหรับกำหนดการพิธีการเพื่อร่วมไว้อาลัย พิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมจะจัดขึ้น ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

สุดท้าย ขอแสดงอาลัยและส่งดวงวิญญาณของ "พิพัฒ พะเนียงเวทย์" สู่สัมปรายภพด้วยความเคารพยิ่ง มายังที่นี้ด้วย

อนุทิน ชาญวีรกูล
++ พื้นที่ภาคใต้ของใครหว่า?! กก.สอบทุจริต พบหลักฐานแชตไลน์ “บิ๊กสถ.” ฝากเด็กภาคใต้มากสุด!

เรื่องฉาว ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ที่ทำเอาการเมืองขั้วน้ำเงิน และข้าราชการ ระส่ำระสาย ตอนนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวน สอบสวน ทั้งหมด 3 ชุดเข้าไปแล้ว

ชุดที่ 1 “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มี “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ชุดที่ 2 “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) 5 ราย

ชุดที่ 3 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้รับคำร้องคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เป็นคดีพิเศษ และ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดย “สุชาติ ตระกูลเกษมสุข” ประธาน ป.ป.ช. ลงมากำกับเอง

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์
ในส่วนของป.ป.ช.นี้ มีผู้ถูกกล่าวหา 6,014 คน แบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 22 ราย ไล่ตั้งแต่ “ภพชนก ชลานุเคราะห์” อดีตอธิบดี สถ. ช่วง 29 ก.ค.68 - 11 พ.ย.68 และ “ธีรุตม์ ศุกวิบูลย์ผล” อดีตอธิบดี สถ. ที่เพิ่งถูกย้ายหลังเรื่องแดงโร่ขึ้นมา ไล่ไปถึงข้าราชการระดับรอง ระดับล่าง ส่วนอีกกลุ่ม เป็นผู้ร่วมแก้ไขคำตอบ และบรรดานายหน้าหาลูกค้า รวม 33 ราย

ที่น่าสนใจในตอนนี้ก็คณะกรรมการสอบสวนชุด ป.ป.ช.นี่แหละ ที่มีความคืบหน้า มีข้อมูลโยงไปถึง “บิ๊กข้าราชการสถ.”
แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ หนึ่งในพยานหลักฐานสำคัญ ที่เจ้าหน้าที่ป.ป.ช. ตรวจพบ คือ ข้อความสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ ของผู้บริหารระดับสูงในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ส่งถึง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ทำหน้าที่จัดการสอบแข่งขัน เพื่อขอให้ช่วยเหลือผู้สมัครสอบ ตามรายชื่อที่จัดส่งไปให้

ข้อความแชตไลน์ดังกล่าว จึงเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ที่ทำให้ ผู้บริหารระดับสูงของสถ. บางราย รวมถึงผู้บริหาร มศว. ที่รับหน้าที่จัดสอบ มีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ด้วย !

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 6,014 ราย เมื่อหักกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ 22 ราย และกลุ่มผู้ร่วมแก้ไขกระดาษคำตอบ รวมถึงกลุ่มนายหน้า 33 ราย ซึ่งรวมกันเป็น 55 รายออกไป ก็จะเหลือผู้ถูกกล่าวหา 5,959 ราย ที่เป็นกลุ่มผู้สอบผ่าน ที่ถูกกล่าวหาว่า ได้รับการแก้ไขกระดาษคำตอบ

และจากการตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 5,959 รายซึ่งเป็นกลุ่มผู้สอบผ่านที่ได้รับการแก้ไขกระดาษคำตอบ พบว่า มีผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด

ประเด็นนี้ คนการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ ชี้เป้าว่า พวกที่ต้องจ่ายเงินเต็มๆ ตามที่นายหน้าเรียกร้องนั้นมีแน่ แต่อาจจะน้อยกว่า พวก“ตีตั๋วเด็ก” หรือพวก “เด็กฝาก” ลูกหลานนักการเมือง ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และ บรรดาหัวคะแนนคนสำคัญ
ไปตรวจดูนามสกุลก็จะรู้ได้ ว่าลูกหลานใครบ้าง !

สุชาติ ตระกูลเกษมสุข
ส่วนเรื่องแชตไลน์ จากผู้บริหารระดับสูงของสถ. ที่มีไปถึงผู้บริหาร มศว. ผู้รับหน้าที่จัดสอบนั้น คณะกรรมาธิการ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตรวจสอบ ได้เชิญผู้บริหาร มศว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง

ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. ยืนยันต่อที่ประชุมว่า นอกจากหลักฐาน กระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบกว่า 400,000 คน และข้อมูลดิจิทัลในแฟลชไดรฟ์ ได้ถูกส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช.ครบถ้วนแล้ว เป็นข้อมูลต้นฉบับ ที่ไม่มีการแก้ไข

ประเด็นสำคัญ คือ ผอ.สำนักทดสอบฯ ยอมรับว่ามีการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาผลสอย โดยระบุว่าผู้ที่เข้ามาแทรกแซง ก็คือ ผู้ว่าจ้าง ก็กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นั่นแหละ ส่วนรายละเอียดเชิงลึกของเรื่องนี้ ได้ให้ถ้อยคำไว้กับ ป.ป.ช.แล้ว

การสอบบรรจุข้าราชการครั้งนี้ นอกจากเรื่องจำนวนเงินหลักพันล้าน หรืออาจจะทะลุไปถึงหมื่นล้านแล้ว ฝ่ายการเมืองยังหวังผลถึงการเลือกตั้งในอนาคต โดยเฉพาะภาคใต้นั้น จะต้องกวาด สส. มาให้ได้มากที่สุด มากว่าครั้งที่ผ่านมา จึงต้องวางเครือข่าย สร้างบุญคุณเอาไว้ ทั้งในระดับบน และระดับล่าง

แล้วใครล่ะคือ “แม่ทัพภาคใต้” ของขั้วอำนาจนี้