xs
xsm
sm
md
lg

โดนทั้งผัวทั้งเมีย! ป.ป.ช.ฟันอาญา "รจนา-เกรียง กัลป์ตินันท์" ฮั้วสร้างถนน 26 โครงการมูลค่ารวม 43 ล้าน เอื้อบริษัทเครือญาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ป.ป.ช.ชี้มูลผิดอาญา "รจนา กัลป์ตินันท์" ขณะเป็นนายกเทศมนตรีอุบลฯ พร้อม "เกรียง กัลป์ตินันท์" ขณะเป็น สส. ซอยย่อยถนน 26 โครงการ มูลค่ารวม 43.2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงประกวดราคา เอื้อบริษัทเครือญาติผิด พ.ร.บ.ฮั้วส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการ

วันนี้(ก.ค.)นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรง ตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี กับพวก กรณีแบ่งจ้างงาน โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 งบประมาณ 43,221,000 บาท ออกเป็นรายโครงการ โครงการละไม่เกิน 2,000,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจ้างด้วยวิธีประกวดราคา โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2548 - มกราคม 2549 นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อุบลราชธานี และเป็นสามี ของนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้สั่งการให้นายวีระ วสุธาดา ที่ปรึกษา นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่สำนักการช่าง ทำการสำรวจออกแบบและประมาณการราคา โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจรในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยให้ออกแบบถนนแต่ละสายแบ่งเป็นช่วง ๆ และให้ประมาณการราคาเป็น รายโครงการ โครงการละ ไม่เกิน 2,000,000 บาท เพื่อให้อยู่ในหลักเกณฑ์การจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา ซึ่งต่อมาปรากฏว่า นางรจนา กัลป์ตินันท์ ได้ลงนามอนุมัติแบบก่อสร้าง แบ่งออกเป็น 26 โครงการ รวมวงเงิน งบประมาณ 43,221,000 บาท และได้แยกเสนอไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ออกเป็น 2 ครั้ง โดยแยกโครงการที่มีชื่อถนนเส้นเดียวกันออก เพื่อไม่เสนอไปพร้อมกัน โดยครั้งแรก นางรจนา กัลป์ตินันท์ เป็นผู้ลงนามหนังสือลงวันที่ 20 มกราคม 2549 เสนอจำนวน 11 โครงการ รวมเป็นเงิน 18,711,000 บาท

ส่วนครั้งที่ 2 นายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เป็นผู้ลงนามหนังสือลงวันที่ 30 มกราคม 2549 เสนอจำนวน 15 โครงการ รวมเป็นเงิน 24,510,000 บาท จากนั้นนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ได้ติดต่อและประสานงานการจัดสรรเงินงบประมาณดังกล่าวกับกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ยังได้เข้ามาแทรกแซงสั่งการงานราชการของเทศบาลนคร อุบลราชธานี ปรากฏว่าก่อนที่จะมีการแจ้งใบจัดสรรงบประมาณมายังเทศบาลนครอุบลราชธานี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ได้สั่งการให้นายวีระ วสุธาดา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ควบคุมดูแลกระบวนการ จัดจ้าง โดยนายวีระ วสุธาดา ได้ประสานเจ้าหน้าที่พัสดุและแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักการช่าง จัดเตรียม เอกสารเพื่อจัดทำเอกสารการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคาเตรียมไว้ และเมื่อได้รับหนังสือแจ้งใบจัดสรรแล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอขออนุมัติจัดจ้างโดยวิธีสอบราคาให้นางรจนา นายกเทศมนตรีนคร อุบลราชธานี อนุมัติจัดจ้างได้เลย โดยนายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชาย ของนายเกรียง ต้องการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ซึ่งมีนายกานต์ กัลป์ตินันท์ และ นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ บุตรสาวของนายกานต์ กัลป์ตินันท์ เป็นเจ้าของ หรือห้างใดห้างหนึ่งโดยเฉพาะ ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลนครอุบลราชธานี และในการจัดหาผู้รับจ้าง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ จะร่วมกันในการแบ่งงานแต่ละโครงการให้ห้างของตนเองและห้างต่าง ๆ ที่เป็นของพวกพ้องตนเอง ให้ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลนครอุบลราชธานี

ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549 เทศบาลนครอุบลราชธานีได้รับหนังสือแจ้งจัดสรร งบประมาณ ครั้งแรก จำนวน 18 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 29,997,000 บาท ได้แก่
1 ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนหลวง-ถนนบูรพาใน)วงเงิน 1,740,000 บาท
2 ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนจงกลนิธารณ์-ถนนผาแดง)วงเงิน 1,520,000 บาท
3 ถนนบูรพาใน (ช่วงถนนอุปลีสาน-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 820,000 บาท
4 ถนนพลแพน (ช่วงถนนอุปลีสาน-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 1,570,000 บาท
5 ถนนอุปลีสาน (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,820,000 บาท
6 ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนชยางกูร-ถนนนครบาล) วงเงิน 1,950,000 บาท
7 ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนพิชิตรังสรรค์-ถนนอุปลีสาน)วงเงิน 1,920,000 บาท
8 ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนบูรพาใน-ถนนพลแพน) วงเงิน 1,560,000 บาท
9 ถนนนครบาล (ช่วงถนนพโลรังฤทธิ์-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 1,540,000 บาท
10 ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนอุปราช-ถนนหลวง) วงเงิน 1,780,000 บาท
11 ถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน)วงเงิน 1,907,000 บาท
12 ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนพรมราช-ถนนพิชิตรังสรรค์)วงเงิน 1,850,000 บาท
13 ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนผาแดง-ถนนหลวง) วงเงิน 1,930,000 บาท
14 ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนจงกลนิธารณ์) วงเงิน 1,290,000 บาท
15 ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนนครบาล-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,600,000 บาท
16 ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนอุปลีสาน-ทางเข้าสนามบินนานาชาติ) วงเงิน 1,920,000 บาท
17 ถนนนครบาล (ช่วงถนนสรรพสิทธิ์-ถนนอุปลีสาน) วงเงิน1,440,000 บาท
18 ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน)วงเงิน 1,840,000 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักการช่างได้เสนอบันทึกให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคา จำนวน 18 โครงการ ตามที่นายเกรียง กัลป์ตินันท์ สั่งการไว้ ปรากฏว่าผู้อำนวยการสำนักการช่างเห็นว่า โครงการในถนนสรรพสิทธิ์ ถนนสุริยาตร์ ถนนเทพโยธี และถนนนครบาล เป็นการก่อสร้างในสายเดียวกัน เชื่อมต่อกัน แต่แบ่งโครงการเป็นช่วง ๆ หากรวมงบประมาณในแต่ละโครงการ วงเงินเกิน 2 ล้านบาท ต้องจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถแบ่งจ้างเป็นรายโครงการได้ จึงนำเรื่องไปปรึกษาปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานี และผู้อำนวยการสำนักการคลัง โดยปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการคลัง มีความเห็นเช่นเดียวกันว่าการก่อสร้างในถนนทั้ง 4 สายดังกล่าว หากจะแยกเป็นรายโครงการโดยวิธีสอบราคาจะเป็นการ แบ่งซื้อแบ่งจ้างซึ่งขัดต่อระเบียบและกฎหมาย

จากนั้นปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการช่าง จึงได้ไปพบนายเกรียง กัลป์ตินันท์ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าการจ้างโดยวิธีสอบราคาไม่สามารถทำได้ เป็นการแบ่งจ้างที่ขัดต่อระเบียบ แต่นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ไม่ยอมและสั่งให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคาทั้ง 18 โครงการ ต่อไป สำนักการช่างจึงได้ เสนอบันทึกลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2549 จำนวน 18 ฉบับ ถึงผู้อำนวยการสำนักงานการช่าง เพื่อขออนุมัติจ้าง ทั้ง 18 โครงการ และส่งให้งานพัสดุเพื่อดำเนินการจัดจ้างต่อไป แต่ปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและ ผู้อำนวยการสำนักการช่างยังคงยืนยันความเห็นเดิม เมื่อถึงที่สุด นายเกรียง กัลป์ตินันท์ จึงยอมและให้นำ โครงการในถนนทั้ง 4 สาย จำนวน 11 โครงการ ได้แก่ โครงการลำดับที่ 1, 2, 6, 7, 9, 12-17 ไปจัดจ้างโดยวิธี ประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนอีก 7 โครงการ ได้แก่ โครงการลำดับที่ 3-5,8,10-11 และ 18 เจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติ ราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา 7 โครงการ ตามที่เสนอ และเทศบาลนครอุบลราชธานีได้มีประกาศสอบราคา ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 รวม 7 ฉบับ ปรากฏว่าในขั้นตอนการส่งประกาศสอบราคาเผยแพร่ไปยังผู้มีอาชีพรับจ้างนั้น นายวีระ วสุธาดา ได้เป็น ผู้คัดเลือกรายชื่อผู้มีอาชีพรับจ้าง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งไปยังผู้มีอาชีพรับจ้าง จำนวน 7 ราย เท่านั้น ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลวรสิทธิ์ก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจศิริวุฒิ ห้างหุ้นส่วนจำกัด รัตติกาก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย และห้างหุ้นส่วนจำกัด พลสิทธิ์ก่อสร้าง

โดยพบว่าห้างทั้ง 7 ราย มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายเกรียง กัลป์ตินันท์ นางรจนา กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ทั้งสิ้น จากนั้นนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง และเป็นบุตรสาวของนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ทำหน้าที่ ประสานกับเจ้าหน้าที่พัสดุ และนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ จะเป็นผู้แจ้งว่าจะให้ห้างใดเข้าซื้อซองและแจ้งเรื่อง เงินค่าซื้อซอง ปรากฏว่าทั้ง 7 โครงการ มีผู้ซื้อของ 4 ราย โดยกำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง เป็นห้างหลักที่จะเข้าซื้อซอง ส่วนใบเสนอราคาที่จะใช้ยื่นของทั้ง 7 โครงการ ปรากฏว่า มีกระดาษ (โพย) กำหนดรายชื่อห้างที่จะให้เข้าเป็นคู่สัญญาและจำนวนราคาที่จะให้เสนอราคาในแต่ละโครงการไว้แล้ว นำมาให้ เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำเอกสารใบเสนอราคา โดยบางฉบับจะใช้เครื่องพิมพ์ดีดของฝ่ายพัสดุและทรัพย์สิน เทศบาลนครอุบลราชธานีในการพิมพ์เอกสาร และบางฉบับจะให้เจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้เขียน และห้างที่จะได้เข้า ทำสัญญาจะระบุให้เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง หรือบางโครงการให้เสนอราคาสูงกว่าราคากลาง แต่ยินดีปรับลด ราคาลงให้เท่ากับราคากลาง และจัดทำใบเสนอราคาอีก 2 ห้าง ประกบเป็นคู่เทียบให้เสนอราคาสูงกว่า ผู้ชนะการสอบราคา ซึ่งสลับกันเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบในการเสนอราคา ทั้ง 7 โครงการ

เมื่อจัดทำเอกสาร ใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการเสนอราคาของแต่ละห้างครบทั้ง 7 โครงการแล้ว นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ จะเป็นผู้ประสานกับตัวแทนห้างต่าง ๆ นำซองสอบราคาไปลงลายมือชื่อ/ประทับตราห้าง แล้วนำซองมายื่นเสนอราคาพร้อมกันในวันสุดท้าย โดยทั้ง 7 โครงการ มีผู้ยื่นซองสอบราคา 7 ราย โดยให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง เป็นห้างหลักที่ต้องยื่นซองไว้ห้างแรก ส่วนห้างอื่น ๆ ให้ยื่นตามที่ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ได้แบ่งงานไว้แล้ว โดยรายชื่อผู้ยื่นซองเสนอราคาในแต่ละ โครงการเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบ ประกอบด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ และห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง และผู้ชนะการสอบราคาและเข้าทำสัญญา ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ (โครงการลำดับที่3และ 5) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย (โครงการลำดับที่ 4 และ 11) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง (โครงการ ลำดับที่ 8) ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 10) และห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบล ก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 18) จากนั้นนางรจนา กัลป์ตินันท์ ได้ทำสัญญาจ้างกับผู้รับจ้าง ทั้ง 7 โครงการ ต่อมาได้มีหนังสือแจ้งการจัดสรรงบประมาณให้แก่เทศบาลนครอุบลราชธานี เป็นครั้งที่ 2 อีก 6 โครงการ ได้แก่
1.ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนชวาลานอก-ถนนจงกลนิธารณ์)วงเงิน 1,820,000 บาท
2.ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนชยางกูร) ด้านทิศเหนือวงเงิน 1,560,000 บาท
3.ถนนอุปลีสาน (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนชยางกูร) ด้านทิศใต้วงเงิน 1,250,000 บาท
4.ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนพลแพน-ถนนราชวงศ์)วงเงิน 1,650,000 บาท
5.ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนพนม-ถนนอุปราช) ด้านทิศเหนือ วงเงิน 1,540,000 บาท
6.ถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนยุทธภัณฑ์-ถนนเทพโยธี) วงเงิน 1,710,000 บาท

ส่วนโครงการถนนนครบาล (ช่วงถนนศรีณรงค์-ถนนพโลรังฤทธิ์) และถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนสุปัฏน์-ถนนอุปราช) ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ รวมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2 ครั้ง รวม 24 โครงการ

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอบันทึกขออนุมัติดำเนินการโดยวิธีสอบราคา จำนวน 6 โครงการ ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร อนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคา ตามประกาศเทศบาลนคร อุบลราชธานี ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2549 จำนวน 6 ฉบับ ทั้งนี้ ในขั้นตอนการส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา ขั้นตอนการซื้อซอง ขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา และขั้นตอนการยื่นซองสอบราคา นายเกรียง กัลป์ตินันท์ (พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549) นายกานต์ กัลป์ตินันท์ ขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กับพวก ยังคงมีพฤติการณ์ การกระทำในลักษณะเดียวกันกับโครงการสอบราคาใน 7 โครงการแรกทั้งสิ้น โดยรายชื่อผู้ซื้อซองในแต่ละ โครงการเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบ ประกอบด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ และผู้ชนะการสอบราคาและเข้าทำสัญญา ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย (โครงการลำดับที่ 1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ (โครงการลำดับที่ 2) ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 3) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 4) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 5) และห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ (โครงการลำดับที่ 6) จากนั้นนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ลงนามอนุมัติให้จัดจ้างกับผู้รับจ้างทั้ง 6 โครงการ และนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างกับผู้รับจ้างทั้ง 6 โครงการ

สำหรับการเบิกจ่ายเงิน (7 โครงการแรก) ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง 6 โครงการ (โครงการลำดับที่ 3, 4, 5, 10, 11 และ18) โดยพบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ กับพวก ทั้งสิ้น (โครงการลำดับที่ 8 แจ้งยกเลิกสัญญาจ้าง จึงไม่มีการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน)

ส่วนการเบิกจ่ายเงิน (6 โครงการหลัง) ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง 4 โครงการ และ พบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนายเกรียง กัลป์ตินันท์ นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ กับพวก ทั้งสิ้น ส่วนอีก 2 โครงการ แจ้งยกเลิกสัญญาจ้าง จึงไม่มีการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน

สำหรับการจัดจ้างโดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) โครงการลำดับที่ 1, 2, 6, 7, 9, 12, 13, 14, 15, 16 และ 17 (รวม 11 โครงการ) ตามประกาศเทศบาลนครอุบลราชธานี เลขที่ 14/2549 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2549 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิด ทางอาญา แต่มีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครอุบลราชธานีบางรายมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า 1.การกระทำของนางรจนา กัลป์ตินันท์ และนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิด ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

การกระทำของนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ นายวีระ วสุธาดา ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ นายทิวาพร ดุลย์ชูประภา หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วน จำกัด อุบลประเสริฐ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง นางพัชรีรัตน์ ดีมาก หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง นางอรุณี สำโรง หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง และนายธีรศักดิ์ บุญจิรัฐติกาล หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามฐานความผิดดังกล่าว

การกระทำของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ในขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 13 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และภายหลังพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนนางรจนา กัลป์ตินันท์ กับพวก ตามฐานความผิดดังกล่าว

การกระทำของนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ก่อนดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา มีมูลความผิด ทางอาญา ฐานสนับสนุนนางรจนา กัลป์ตินันท์ กับพวก ตามฐานความผิดดังกล่าว และในขณะดำรงตำแหน่ง สมาชิกวุฒิสภา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 13 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

การกระทำของเจ้าหน้าที่บางรายมีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ตามประกาศ คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษ ทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 16 มกราคม 2545

สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย และห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ มีสภาพห้างร้าง และสิ้นสภาพนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุริยาขนส่งอุบล ได้แปรสภาพเป็นบริษัทจำกัด จึงสิ้นสภาพนิติบุคคล ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่วนนิติบุคคลและผู้แทนนิติบุคคลรายอื่น ๆ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป โดยให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อให้ ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 76 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ