นายกฯ ยอมรับใจไม่ดี “เสียวจะตายโหง” ปมน้ำซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ใกล้วงเวียนใหญ่ บอกช่างเทคนิคแจ้งเอาอยู่-โครงสร้างไม่ทรุด พร้อมสั่งสแกนทั่วกรุงฯ รับมือหน้าฝน จ่อเชิญ “ชัขชาติ” คุยความร่วมมือ
เวลา 7.30 น. วันที่ 9 ก.ค.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ใกล้สถานีวงเวียนใหญ่ ในตอนเที่ยงคืน ว่า “เสียวจะตายโหง” แค่มีข่าวแบบนี้มาก็ใจไม่ดี แต่ก็ดีที่ความพร้อมในการเข้าควบคุมพื้นที่เร็วมาก ทั้งฝั่งกระทรวงคมนาคม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีผู้ว่าฯ กทม. แต่ก็ประสานงานได้ และควบคุมสถานการณ์ได้ โดยมีการตรวจสอบข้อมูลทางวิศวกรรม ซึ่งสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่มีรอยซึมรอยรั่วของน้ำจากจุดที่ต่ำสุด หรือบ่อพักน้ำ ซึ่งเป็นไปตามการออกแบบ ไม่เหมือนแถวโรงพยาบาลวชิระ เพราะตรงนั้นเป็นรอยต่อระหว่างสถานี และทรุดลงมาทั้งโครงสร้าง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซม และจากการสอบถามได้รับการอธิบายว่าเหมือนเป็นการเอาเสื้อเกราะไปหุ้มโครงสร้างอีกที ซึ่งเป็นไปตามหลักวิศวกรรมทุกอย่าง ส่วนเรื่องความเสียหายต่างๆ ก็ต้องรับผิดชอบกันตามสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่มีอะไรกระทบกับภาครัฐ ยกเว้นเรื่องเวลา ก็ต้องไปดูตามสัญญา หากเกินกำหนด จะเสียค่าปรับอะไรก็ต้องว่าตามนั้น ไม่มีข้อยกเว้น ขณะที่ตรงจุด(อุโมงค์รถไฟสายสีม่วงใต้) ไม่มีผลกระทบกับโครงสร้าง โดยควบคุมระดับน้ำ ตรวจเช็คระดับน้ำหลังจากสูบน้ำออกไปแล้ว มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งจนถึงเช้านี้ยังไม่มี แต่หาก worst case จริงๆ ตนได้ถามว่ามีการป้องกันอะไรอย่างไร ทางผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้อธิบายให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุรุนแรง
ส่วนจุดอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้กำชับอะไรหรือไม่ เพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำรวจ อย่าดูแต่แบบอย่างเดียว เพราะตอนนี้ต้องดูเรื่องของธรณีวิทยา ตรวจอะไรได้ก็ต้องตรวจให้เร็วที่สุด เพราะเป็นหน้าฝนด้วย ตอนนี้มีการก่อสร้างเยอะแยะเต็มไปหมด ต้องดูระบบระบายน้ำเป็นอย่างไร ต้องเตรียมการไว้ และตอนนี้ก็รอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศรับรองผลผู้ว่าฯ กทม. เมื่อประกาศผลแล้ว ผู้ว่าฯ กทม. ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ตนจะได้รีบเชิญ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม. มาหารือถึงวิธีการสนับสนุนการทำงานด้วยกัน

